“อนุทิน” ลุยตรวจคันคลองระบายน้ำหาดใหญ่ ลั่นเร่งซ่อมให้ทันมรสุมปีนี้ น้อมรับคำว่ากล่าวพร้อมทำงานถวายหัวเพื่อขอ สส.ยกจังหวัดครั้งหน้า
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่วัดท่าช้าง ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่, นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา และนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ติดตามแผนบริหารจัดการน้ำและพบปะกลุ่มพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด
นายอนุทิน กล่าวถ้อยแถลงต่อประชาชนโดยยอมรับว่า การลงพื้นที่ในวันนี้คณะรัฐมนตรีมาด้วยความรู้สึก “กลัว” ว่าหากลงมาแล้วจะทำตามความคาดหวังของประชาชนไม่ได้ พร้อมยกตำแหน่งให้ตัวเองเป็น “จำเลยที่ 1” จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายให้จังหวัดสงขลาเมื่อปีที่ผ่านมา ก่อนจะหันไปแนะนำ นายณรงค์พร (นายกแป้น) เป็นจำเลยร่วม และผู้ว่าฯ สงขลา เป็นจำเลยที่ 2 เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนมีส่วนรับผิดชอบร่วมกัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ถอดบทเรียนและระดมสรรพกำลังจากทุกกระทรวง รวมถึงทหาร ตำรวจ และแพทย์ เข้ามาสุมหัวเร่งเยียวยาและวางแนวทางสกัดกั้นภัยธรรมชาติอย่างสุดความสามารถ โดยย้ำว่าระบบการช่วยเหลือต่อจากนี้จะต้องไม่มีคำว่าขาดเหลือหรือชักช้าอีกเด็ดขาด และตั้งเป้าเคลียร์ปัญหาน้ำท่วมให้เรียบร้อยก่อนสิ้นปี 2569
นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งชาวใต้ โดยได้ส่งสัญญาณไปยังกรมชลประทานและกรมทางหลวงให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมคันคลองระบายน้ำภูมินาถดำริ หรือ คลอง ร.1 รวมถึงถนนที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วน โดยตนเตรียมจะจัดสรรงบกลางลงมาสมทบเพื่อป้องกันปัญหาน้ำหลากพัดถล่มซ้ำสอง เนื่องจากสงขลาเป็นเมืองท่าเศรษฐกิจสำคัญที่มีนักท่องเที่ยวมาเลเซียหลั่งไหลเข้ามามากที่สุด พร้อมเผยว่ารู้สึกโชคดีที่ได้นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มาเป็นที่ปรึกษาช่วยเจรจาขับเคลื่อนความสงบสุขในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
...
“วันนี้พ่อแม่พี่น้องมีอะไรระบายได้เลยครับ จะดุด่าว่ากล่าวพวกผมก็พร้อมน้อมรับฟังด้วยเหตุด้วยผล คนสงขลาให้ สส. พรรคผมมา 4 คน ถ้าผมทำรอบนี้ไม่ได้คงแย่แน่ ดังนั้นผมขอสัญญาว่าจะทำงานรับใช้ทุกคนอย่างถวายหัว แต่เลือกตั้งรอบหน้าผมขอ สส. ยกจังหวัดสงขลาเลยนะครับ” นายอนุทิน กล่าวอ้อนประชาชน
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี ได้สอบถามประชาชนถึงความคืบหน้าของโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ที่รัฐบาลเร่งอนุมัติงบประมาณลงมาช่วยเหลือพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งประชาชนได้ตะโกนตอบกลับมาว่าเงินเยียวยาดังกล่าว “หมดแล้ว” ทำให้นายอนุทินกล่าวหยอกล้อด้วยรอยยิ้มว่า แสดงว่าเศรษฐกิจในพื้นที่กำลังหมุนเวียนได้ดีและช่วยลดค่าใช้จ่ายได้จริง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินลุยฝ่าฝูงชนเพื่อทักทายและรับฟังข้อร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างเป็นกันเองก่อนเดินทางกลับ