“สว.พิสิษฐ์” ฉะ เท้ง-ไหม-พรรคปชน. ปมเฟกนิวส์ บิดเบือนกฎหมายนิรโทษกรรม เตือนอย่าทำเพจพรรคเป็นเพจไอโอ อย่าใช้เยาวชนบังหน้า สร้างลัทธิปั่นหัวเด็ก ย้ำ สว. ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนไหม้บ้านทั้งหลัง
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ยืนยันการโพสต์เฟซบุ๊กของพรรคประชาชน ยืนยันร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข หรือ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมว่าไม่ใช่เฟกนิวส์นั้น ว่าการที่พรรคประชาชนออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อในลักษณะที่คลาดเคลื่อนและสร้างความซับซ้อนต่อสังคมเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภาที่ถูกพลาดพิงโดยตรง ขอชี้แจงในข้อกล่าวหาต่างๆ ดังนี้ ขอความกรุณาพรรคประชาชนอย่าบิดเบือนเรื่องบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ และคดีฮั้ว สว. ซึ่งตนไม่เข้าใจว่า เหตุใดพรรคประชาชนจึงต้องการสร้างความเข้าใจผิด และบิดเบือนข้อเท็จจริงต่อเนื่อง เพราะเรื่องบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภานั้น ขอยืนยันว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบัญชีท้ายร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เราแทบจะไม่ได้ไปแก้ไขอะไรเลย สิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปคือ ความผิดที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ทางเรืออากาศ พ.ศ.2521 และ 2558 เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และคดีการฮั้วสว.ต่างๆ
“จึงขอให้พรรคประชาชนช่วยนิดหนึ่ง ท่านอ้างว่า ไม่ใช่เฟกนิวส์ แต่พฤติกรรมคือเฟกนิวส์ ท่านชอบพูดว่า ยึดมั่นในระบอบรัฐสภา แต่ความเป็นจริงไม่ได้ยอมรับมติรัฐสภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ท่านไปเขียนข้อความเหมือนหว่านแหก่อน แล้วไปแก้ต่างทีหลัง ท่านเป็นพรรคอันดับสองของประเทศ ท่านได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมามากมาย ท่านอย่าบั่นลดทอนความเชื่อมั่น เชื่อถือของพี่น้องประชาชน ผมเคยศรัทธาพรรคท่านมาก่อน แต่ตอนนี้การที่ท่านโพสต์แล้วลบ แล้วออกมาแถ ขอเถอะครับ ผิดคือผิด ยอมรับผิด แต่ไม่ใช่ออกมาแถแบบนี้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากสื่อสารไปยัง น.ส.ศิริกัญญา ว่าขอให้พูดความชัดเจน ผิดคือผิด อย่าทำเพจของท่านให้เป็นเพจไอโอเลย”
...
อย่าใช้เยาวชนบังหน้า สร้างลัทธิปั่นหัวเด็ก
นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนายณัฐพงษ์หัวหน้าพรรคประชาชนนั้น ท่านมักใช้คำว่าเยาวชนบังหน้า แล้วผลักดันเรื่องมาตรา 112 สิ่งที่วุฒิสภาเพิ่มข้อความเข้าไปประโยคหนึ่งในมาตรา 11 วรรคสองคือกฎหมายจะไม่ได้นิรโทษกรรมในทุกกรณีที่เกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากในความเป็นจริงที่ท่านเป็น สส. มีหน้าที่หลักคือการร่างกฎหมาย รวมถึงอีกหลากคนที่อภิปรายในสภาฯ ท่านทราบหรือไม่ว่ากระบวนการฟื้นฟูเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาต่างๆ ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว ฉะนั้น ขอชี้แจงว่า เราไม่ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆ เพื่อให้ลัทธิบางลัทธิไปหลอกเยาวชนที่เขาไม่รู้เรื่อง ย้ำว่าศาลเยาวชนและครอบครัวมีกระบวนการช่วยเหลืออยู่แล้วทั้งตามมาตรา 90/1 และมาตรา 132 ที่ไม่ใช่ช่วยเหลือเฉพาะความผิดตามมาตรา 112 แต่เป็นทุกกรณี หากเยาวชนสารภาพ มีแผนฟื้นฟูให้ ไม่ต้องติดคุก หากเยาวชนปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูครบถ้วนตามกำหนด ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีและเยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในมาตรา 11 ที่มีการเพิ่มวรรคสองเข้าไปนั้น เราไม่ต้องการให้นำเรื่องนี้มาเกี่ยวข้อง ยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ต้องการนำมาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องกับการดูหมิ่นสถาบันฯ มายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ที่ไปปลุกปั่นเยาวชนให้เข้าใจผิดว่าทั้งสองเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วทั้งสองเรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน นอกจากนี้ กระบวนการทั้งหลายไม่จำเป็นต้องมีมาตรา 11 ด้วยซ้ำ เพราะมาตรา 11 เป็นเพียงแค่การกำหนดให้กรรมการนำไปบังคับใช้ตามกระบวน การพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว
ย้ำ “สว.”ต้องตัดไฟแต่ต้นลม ก่อนไหม้บ้านทั้งหลัง
นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า กฎหมายให้กลับตัวกลับใจอยู่แล้ว แต่นายณัฐพงษ์กลับบอกว่า ไม่มีทางออก ท่านกำลังเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เดิมๆ ที่เนื้อในเหมือนเดิม ท่านบอกว่า จะปกป้องเยาวชนแต่ก็ปล่อยให้เยาวชนหนีคดี ลอยแพความรับผิดชอบของตัวเองจึงต้องถามพรรคประชาชนกลับไปว่า ในเมื่อกระบวนการยุติธรรมที่เยาวชนได้รับเพียงพออยู่แล้ว ตนจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะเขียนกำหนดเพิ่มให้เกิดข้อขัดแย้งในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังบอกว่า เป็นการตัดอนาคตของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์ข้อความ หรือไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดตามมาตรา 112 ตนคงต้องย้อนกลับมาถามท่านว่าการศึกษาไทยปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด เพราะถือเป็นหน้าที่พลเมืองไทย แต่การมีความพยายามผลักดันให้เกิดการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันหลัก ผู้ใหญ่บางคนหรือบางลัทธิไปปลุกปั่นเยาวชนเช่นนั้น
“ผมสงสารน้องๆ บางคนที่ไม่ได้เข้าใจบริบทที่แท้จริง ไปเชื่อในสิ่งที่ผิดหรือเพจที่เรียกว่าไอโอ ไม่ใช่ข้อมูลจริงๆ ไปเชื่อสิ่งที่เรียกว่าเฟกนิวส์ ผมเป็นห่วง คุณต้องการฮีโร่แบบไหน ฮีโร่แบบที่หนีคดีความ ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ แบบนั้นเรียกฮีโร่หรือ ผมเสียใจมาก การที่จะยกย่องใครใช้วิจารณญาณในการยกย่องด้วย วุฒิสภาไม่ได้ต้องการตัดอนาคตของเยาวชน แต่ปฏิเสธไม่ให้ใครใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายสถาบัน ชาติ รวมถึงเป็นบันไดทางการเมือง วุฒิสภาต้องการตัดไฟแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยให้ไฟลามบ้านนี้ทั้งหลังมันไหม้หมด ขอร้องหยุดสักที หยุดบิดเบือนข้อเท็จจริง หยุดใช้คำว่าเยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง หันมาสื่อสารกับสังคมด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเพื่อสร้างความแตกแยกของประชาชนต่อไป ขอให้เลิกลัทธิส้ม ไม่เน้นข้อเท็จจริง ไม่เน้นข้อกฎหมายใดๆ แต่เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ โพสต์สะใจแล้วก็ลบ โพสต์สิ่งที่ไม่เคยทำ ทำในสิ่งที่ไม่กล้าโพสต์ อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ยึดอยู่กับอดีต 2475 พอทีเถอะ”