“สุรเชษฐ์”ห่วงงบฯ อว. วูบแต่ยังดันทุรังทำทุกอย่าง จี้รัฐมนตรีป้ายแดงเลิกใช้คำสวยหรูแต่ไร้ผลงาน พร้อมดักคอปม “สำนักปลัดขยันบิน”
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อพิจารณามาตรา 13 ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และหน่วยงานในกำกับ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ได้อภิปรายแสดงความห่วงใยต่อทิศทางการจัดสรรงบประมาณและการขับเคลื่อนงานของกระทรวงอุดมศึกษาฯว่า ในภาพรวมตนขอให้กำลังใจกระทรวง อว. เนื่องจากถูกปรับลดงบประมาณลงค่อนข้างมากถึงร้อยละ 7.5 ซึ่งตนไม่ได้อยากให้ตัดเพิ่มเพราะงานด้านวิจัยและนวัตกรรมมีความสำคัญต่ออนาคตของชาติ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดเชิงลึกคงต้องส่งไม้ต่อให้คณะอนุกรรมาธิการฯ ไปตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกรณีอื้อฉาวในอดีตอย่าง “สำนักปลัดขยันบิน” ที่มักใช้งบประมาณเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งเพื่อทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ในลักษณะงาน Meet and Greet ที่ไม่ได้เกิดประสิทธิภาพจริง ซึ่งตนหวังว่าจะมีการปรับปรุงและไม่ปรากฏการบินหรูในเนื้องบประมาณปีนี้อีก
นอกจากนี้ นายสุรเชษฐ์ ยังได้ตั้งคำถามสำคัญว่า ปัจจุบันกระทรวง อว. ยังขาดตัวอย่างความสำเร็จระดับชาติ (Success Story) ที่ใหญ่มากพอจะทำให้ประชาชนพึงพอใจว่าสามารถสร้างงานสร้างรายได้ในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างเป็นรูปธรรม ระยะหลังมักเห็นกระทรวง อว. เคลมความสำเร็จของระบบร้องเรียน “Traffy Fondue” ซึ่งแม้ตนจะชื่นชมว่าเป็นระบบที่ดี แต่ก็ถือว่าเป็นเพียงซอฟต์แวร์ขนาดเล็ก ไม่ใช่ผลงานระดับประเทศที่จะพลิกโฉมเศรษฐกิจตามที่ควรจะเป็น
“หากทุกอย่างสำคัญ ก็คือไม่มีอะไรสำคัญ การที่บอกว่าให้ความสำคัญกับทุกอย่าง สุดท้ายมันก็เลยไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันออกมา อว. ต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้จริง ไม่ใช่เน้นงานจิปาถะหรือโฆษณาเกินจริง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
...
กรรมาธิการจากพรรคประชาชน ยังได้กล่าวพาดพิงถึง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ว่า แม้จะเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่แต่ก็ถือว่าเก่งเรื่องการตลาด เห็นได้จากการพยายามใส่คำพูดสวยหรู (Buzzword) ลงไปในแผนงบประมาณจำนวนมากให้ดูเหมือนทำทุกเรื่อง ทั้งที่ในข้อเท็จจริง กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ซึ่งเป็นกลไกและเครื่องมือชิ้นสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ กลับถูกหั่นงบประมาณลงไปถึงร้อยละ 31.87 ตนจึงเกิดความกังขาว่า อว. จะทำผลงานให้สำเร็จเป็นรูปธรรมตามที่โฆษณาการตลาดไว้ได้อย่างไร หากยังไม่ยอมปรับเปลี่ยนวิธีคิดจัดสรรงบประมาณ