“หมอวาโย-สส. พนิดา”  สรุปผลศึกษา เลือก สว. 67 ชง 3 ข้อเสนอถึง กกต. เร่งสืบสวนเชิงลึก นำพยานหลักฐานส่งฟ้องต่อศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด พร้อมจี้แก้กระบวนการเลือก สว. ก่อนทำ รธน. ฉบับใหม่


วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ประธานคณะ กมธ. กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน พร้อมด้วย นางสาวพนิดา มงคลสวัสดิ์ ประธานคณะอนุกมธ. พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2569 และการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 และคณะ แถลงความคืบหน้าผลการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567

ตามมติที่ประชุมของคณะ กมธ. ได้มีมติให้ตั้งคณะอนุกมธ. เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ขณะนี้ทางอนุกมธ. ได้ดำเนินการประชุมเพื่อศึกษาปัญหาและจัดทำข้อเสนอแนะมาแล้ว 5 ครั้ง และทำให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 ดังนี้

1. ระบบการเลือก สว. ถูกคาดหวังให้เป็นตัวแทนคนทุกกลุ่ม แต่ในความเป็นจริงมีคนบางกลุ่มที่ตกหล่นจากกระบวนการคัดเลือก อาทิ ผู้พิการและกลุ่มชาติพันธุ์

2. ระบบการเลือก สว. ถูกคาดหวังให้มุ่งเน้นไปที่ความรู้ ความสามารถ แต่ในความเป็นจริงกลับขึ้นอยู่กับการวางแผน การจัดตั้งและการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ บางคนมีการระบุประวัติการทำงานเพียงไม่กี่บรรทัดแต่กลับได้รับการเลือกตั้งอย่างถล่มทลายซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าหลักเกณฑ์ที่ทำให้ได้รับเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องความรู้ความสามารถ

3. ระบบเลือกกันเองต้องการให้ สว.เป็นอิสระและเป็นกลางทางการเมืองแต่กลับมีข้อครหาว่าผู้ได้รับเลือกตั้งอยู่ใต้อาณัติของพรรคการเมือง


...

ผลการศึกษาเบื้องต้นของคณะอนุกรรมาธิการระบุว่า ปัญหาที่พบในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2567 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการการเลือกระดับอำเภอและจังหวัด ซึ่งเป็นประเด็นที่คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม


ทั้งนี้ คณะอนุกมธ. มีข้อเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งในการตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. พ.ศ. 2567 เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ดังนี้

1. คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องพิจารณาพยานหลักฐานด้วยความถี่ถ้วนและรวดเร็ว หากมีประเด็นที่ยังไม่ชัดเจนหรือประเด็นที่มีความเห็นที่แตกต่าง โดยเฉพาะความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 กับคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งชุดที่ 36 ทาง กกต. จะต้องมีการสืบสวนเชิงลึกเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้จำนวนมีความรับชมมากขึ้น

2. คณะกรรมการการเลือกตั้งต้องนำสำนวนการสืบสวนและพยานหลักฐานทั้งหมดส่งฟ้องต่อศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะข้อมูลจากสำนวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีข้อมูลไม่น้อยกว่า 90,000 หน้า

3. คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใส จะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับความคืบหน้าในการพิจารณาคดีการทุจริตการเลือกตั้ง สว. ให้สาธารณะได้มีส่วนร่วมในการติดตามตรวจสอบว่ากำลังอยู่ในขั้นตอนไหน มีพยานหลักฐานประเภทใด และเกี่ยวข้องกับบุคคลใด


พร้อมกันนี้ คณะอนุกมธ.เตรียมทำข้อเสนอ 3 ระดับ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา ดังนี้ 

1. ระดับรัฐธรรมนูญ อาจจะต้องทบทวนถึงความจำเป็นของการมี สว. ไปจนถึงกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ที่มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย

2. ระดับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อทำให้ระหว่างที่มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ต้องประสบปัญหาความล่าช้า จึงควรมีข้อเสนอปรับปรุงแก้ไขกระบวนการการเลือก สว. ให้มีความชอบธรรมทางประชาธิปไตย เป็นตัวแทนของกลุ่มต่าง ๆ ในสังคม และเป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรม 

3. ระดับระเบียบ เพื่อให้การดำเนินการหรือการทำหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นตัวอย่างที่จะมีในเรื่องธรรม และมีประสิทธิภาพ


จากนั้น นายวาโย อัศวรุ่งเรือง รับหนังสือจากรองศาสตราจารย์สมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีที่ทนายความรายหนึ่งแสดงความเห็นเกี่ยวกับคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล