“พริษฐ์” แฉ “โกง สว.” ลามหลายจังหวัด บี้ ดักคอหวั่นขบวนการเป่าคดี “ฮั้วข้ามกระดาน” ระหว่าง กกต. และฝ่ายการเมือง ทำกระบวนการยุติธรรมไทยดำสนิท


วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีขบวนการจัดตั้งเครือข่ายฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือที่นายพริษฐ์ระบุว่าควรเรียกว่าขบวนการ “โกง สว.” เนื่องจากมีพฤติกรรมทั้งการจัดตั้ง แลกคะแนน รวมถึงการจ้างคนมาสมัครและจ้างโหวตเพื่อเข้าสู่อำนาจรัฐ โดยคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาในชั้นของ DSI สูงถึง 229 คน ซึ่งมีรายชื่อของทั้ง สส. และรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วย

นายพริษฐ์ ได้เปิดเผยข้อมูลหลักฐานชุดใหม่ที่แสดงให้เห็นว่าขบวนการนี้เครือข่ายใหญ่โตกว่าที่คิด โดยไล่เลียงหลักฐานเป็นรายจังหวัด อาทิ จังหวัดนครพนม มีคลิปเสียง สว. รายหนึ่งโทรเสนอเงิน 6 หลัก แลกกับการโหวต พร้อมอุดหนุนค่าตั๋วเครื่องบินและที่พัก ซึ่งสอดคล้องกับหลักฐานบิลค่าตั๋วเครื่องบินจำนวน 31,000 บาท รวมถึงมีการนัดประชุมกลุ่มผู้สมัคร สว. ที่โรงแรมตัวย่อ K.R. ริมแม่น้ำในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีอดีตรองประธานสภาฯ จากพรรคการเมืองหนึ่งเข้าร่วมด้วย ส่วนที่ จังหวัดหนองบัวลำภู พบเส้นทางเงินที่ภรรยาหรือผู้ช่วยของ สว. คนหนึ่ง โอนเงินไปให้ผู้สมัครรายอื่นอย่างน้อย 8 คน รวม 15 ครั้ง ยอดหลักหมื่นบาท แลกกับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วย สว. เพื่อแบ่งเงินเดือนในอนาคต

นอกจากนี้ ยังพบพิรุธในอีกหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดสิงห์บุรี มีการนัดหมายที่ร้านอาหารก่อนพาขึ้นรถไปที่นครนายกอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมือง จังหวัดสุโขทัย ผู้สมัคร สว. ต้องไปเซ็นใบลาออกต่อหน้าผู้ที่ปัจจุบันกลายมาเป็น สส. และมีไลน์ทีมงานกำชับวิธีตอบคำถามเจ้าหน้าที่ ตลอดจน จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีลักษณะบีบให้เซ็นใบลาออกต่อหน้ารัฐมนตรีคนหนึ่ง นายพริษฐ์จึงตั้งคำถามว่า เหตุใดสอบพยานไปกว่า 753 ปาก เอกสารนับพันหน้า แต่ DSI กลับสรุปสำนวนเสนออัยการสั่งฟ้องผู้กระทำความผิดเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น พร้อมตัดพ้อว่า รมว.ยุติธรรม กำลังใช้มาตรฐานที่แตกต่างจากคดี FOREX เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ที่สามารถเปิดผังและเอ่ยชื่อนักการเมืองได้อย่างชัดเจน ทั้งที่คดีนี้สืบสวนมานานกว่า 200 วันแล้ว

...

“หากภายในต้นเดือนกันยายนนี้ กกต. มีมติเป่าคดีทั้งหมด แล้ว DSI เอาการเป่าคดีของ กกต. มาเป็นหลังพิงเพื่อเป่าคดีในฝั่งตนเองด้วย มันจะแสดงว่าประเทศนี้ไม่ได้มีแค่การฮั้ว สว. แต่กำลังฮั้วกันทั้งกระดาน ระหว่าง กกต. DSI และฝ่ายการเมือง เพื่อค้ำจุนระบอบสีน้ำเงิน และกำลังจะทำให้กระบวนการยุติธรรมของเราจากที่เทาอยู่แล้ว ดำสนิท” นายพริษฐ์ ระบุ

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงว่า คดีฮั้ว สว. ดังกล่าว มีการแจ้งข้อหาร่วมกันเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร และสมคบกันฟอกเงินกับผู้ต้องหาไปแล้ว 8 คน ซึ่งเป็นข้อมูลเท่าที่ตนรับทราบ เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีเจ้าหน้าที่ DSI หรืออัยการคดีพิเศษเข้ามารายงานรายละเอียดเกี่ยวกับเส้นทางการเงินในสำนวนอย่างเป็นทางการ พร้อมระบุว่ามูลเหตุหลักของคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการวินิจฉัยของ กกต. ซึ่งยังไม่ได้มีมติชี้ขาด และมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนเพราะผ่านมานานกว่า 2 ปีแล้ว ตนในฐานะรัฐมนตรีจึงไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงกระบวนการสอบสวนได้

ส่วนกรณีการสั่งปลดและโยกย้ายปลัดกระทรวงยุติธรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ รมว.ยุติธรรม ยืนยันว่า เป็นการปรับโอนตามระเบียบกฎหมายปกติ เนื่องจากอดีตปลัดกระทรวงฯ ดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปีแล้ว จึงต้องย้ายไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีเบื้องหลังทางการเมืองหรือเกี่ยวข้องกับการไม่สนองนโยบายโยกย้ายกำลังพลใน DSI แต่อย่างใด สำหรับคำถามและข้อห่วงใยอื่น ๆ ของนายพริษฐ์ ตนไม่สามารถตอบรายละเอียดนอกเหนือจากนี้ได้