“วีระ” ตกใจ รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลังในต่างประเทศสูงถึง 23,966 ล้านบาท มองมากเกินไป ควรตัดมาใช้ในประเทศ ด้านกระทรวงการต่างประเทศแจงลดภาระอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อเวลา 13.08 น. วันที่ 9 ก.ค.2569 ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ อาคารรัฐสภา นายวีระ ธีระภัทรานนท์ กรรมาธิการ ได้อภิปรายตั้งข้อสังเกตและตั้งคำถามในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 งบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศ ว่า รายจ่ายครึ่งหนึ่งเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ซึ่งเมื่อเทียบกับกำลังคนและภารกิจในต่างประเทศ การไปหยุมหยิมตัดอาจจะไม่ค่อยเหมาะ
ตนทราบว่ากระทรวงการต่างประเทศมีความจำกัดในการใช้เงิน แต่มีรายการหนึ่งที่ต้องการความรู้คือ รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลังในประเทศ 116 ล้านบาท แต่ในต่างประเทศกลับสูงถึง 23,966 ล้านบาท ซึ่งภายในงบประมาณจากสิ้นปี 2568 ซึ่งมีหมายเหตุว่ารายได้แผ่นดินรอนำส่งคลังในต่างประเทศ ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้ของแผ่นดิน ซึ่งกระทรวงการคลังอนุญาตให้หน่วยงานเก็บรักษาไว้ในบัญชีเงินฝากที่ต่างประเทศ และทำบัญชีแยกไว้ เป็นรายได้แผ่นดินที่ไม่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ เว้นแต่ใช้ในการเบิกหักผลักส่งกับเงินงบประมาณรายจ่ายในต่างประเทศที่จะได้รับในงวดถัดไปเท่านั้น
ตนจึงมีคำถามว่า เงินจำนวนมากเช่นนี้ หรือประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ ปัจจุบันเก็บเอาไว้ที่ไหน สามารถดึงกลับมาใช้ในประเทศได้หรือไม่ เหมือนเป็นการนำเงินไปปล่อยทิ้งไว้ที่นั่น มีระบบบริหารจัดการอย่างไร ขอรายละเอียดคำสั่งของกระทรวงการคลังในการเก็บเงินส่วนนี้ จึงอยากจะรู้ว่าเงินเกือบ 2.4 หมื่นล้าน นำไปเก็บไว้ที่ไหนบ้าง
...
จากนั้น นายธนพ ปัญญาพัฒนากุล เอกอัครราชทูตประจำกระทรวง ได้ชี้แจงว่า เงินจำนวนนี้เก็บรักษาไว้ที่สถานทูตและกงสุลใหญ่หลายแห่ง โดยใช้การหักลบกับงบประมาณ แทนการส่งเงินไป เป็นการลดภาระการเสียอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อมีการเบิกหักผลักส่งไปแล้ว เงินงบประมาณที่ตั้งอยู่ที่กระทรวงก็นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน และจะหักยอดกับรายได้ก้อนนั้น
ทำให้ นายวีระ ถามย้ำอีกครั้งว่า งบประมาณในส่วนนี้บริหารอย่างไร หมายความว่าเป็นยอดคงค้าง เป็นตัวบัฟเฟอร์ตลอดเวลา ซึ่งจำเป็นต้องมีมากขนาดนี้เลยหรือ เพราะจากการชี้แจง ถ้าไม่พอ พอของบประมาณมาก็แลกกลับเป็นสกุลเงินต่างประเทศ แล้วเอาไปไว้ให้มันเป็นก้อนนั้น ถ้าระบบเป็นเช่นนี้ ตนคิดว่าวงเงินที่เก็บเอาไว้ ประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐ มีจำนวนมากเกินไป
“ปกติไม่มีใครสนใจมาดูละเอียดขนาดนี้ แต่ปีนี้เงินในงบประมาณไม่เพียงพอ ถ้าเก็บไว้ขนาดนี้ จึงต้องการข้อมูลเงินก้อนนี้ย้อนหลัง 10 ปี และจำนวนที่เหมาะสมของงบประมาณก้อนนี้คือจำนวนเท่าไหร่
นายธนพ ตอบว่า เมื่อได้รายได้จากค่าธรรมเนียมกงสุล เมื่อจัดเก็บขึ้นมา ส่วนหนึ่งคือการหักมาใช้เป็นเงินนอกงบประมาณตามที่กระทรวงการคลังอนุมัติ ส่วนที่เหลือคือการพักรอไว้ที่ต่างประเทศ ซึ่งส่วนในกระทรวงการต่างประเทศนำมาใช้ไม่ได้ ส่วนที่กระทรวงใช้คือ สมมติมีงบประมาณ 100 บาท ที่จะส่งไปประเทศ A แทนที่จะแลกเปลี่ยนเงิน สถานทูตก็จะนำเงินจากส่วนที่รอนำส่งคลังมา 100 บาท แล้วที่ต้นทางกระทรวงก็นำเงิน 100 บาทนั้นกลับคืนเป็นรายได้แผ่นดิน ไม่ใช่เป็นการแลกไปฝากไว้ในต่างประเทศ ส่วนการเก็บรักษาเงิน ก็เก็บไว้ในบัญชีเงินฝาก ซึ่งดอกเบี้ยทางกระทรวงก็ไม่สามารถนำมาใช้ได้เช่นกัน ต้องรอรวมเพื่อส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
นายวีระ ถามต่ออีกว่า ถ้าเช่นนั้นท่านต้องทำรายการกำไรขาดทุน ของส่วนนี้ตามเข้ามาด้วย เนื่องจากมีรายได้เข้ามา แต่ไม่ได้ส่งคลัง แสดงว่ามีทั้งรายรับและรายจ่ายนอกงบประมาณในแต่ละปีใช่หรือไม่ แล้วเงินส่วนนี้ที่ผ่านมามีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง นายธนพ ตอบว่า ลดลง ท้ายที่สุด นายภราดร ปริศนานันทกุล ในฐานะประธานกรรมาธิการในขณะนั้น ได้กล่าวให้จัดทำคำชี้แจงเป็นเอกสาร และมาตอบนายวีระ นอกรอบต่อไป