โฆษกกระทรวงการคลัง ขอให้รอฟัง “เอกนิติ” แจงหลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.ก. เงินกู้ เผยความคืบหน้าปรับปรุงหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมเสนอเข้า ครม. อังคารหน้า
วันที่ 9 ก.ค.2569 นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการทบทวนคัดกรองคุณสมบัติผู้ลงทะเบียนในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ว่า กระทรวงการคลังเตรียมนำเสนอคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. พิจารณาปรับปรุงหลักเกณฑ์การคัดกรองจำนวน 2 ประเด็นสำคัญ ในการประชุมที่จะมีขึ้นภายในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคมนี้ ประกอบด้วย การงดเว้นการนำหลักเกณฑ์เรื่องการหักค่าลดหย่อนบิดา-มารดามาใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และไม่นำเกณฑ์หนี้สินภาคเกษตรที่มีลักษณะพิเศษมาพิจารณารวมกับหนี้สินปกติ เนื่องจากเกษตรกรกลุ่มนี้มีภาระหนี้สินในระดับสูงเกินกว่า 100,000 บาท ซึ่งมักเกิดจากผลกระทบของภัยพิบัติและเงื่อนไขเฉพาะของภาคเกษตร
อย่างไรก็ตาม หลักเกณฑ์การหักลดหย่อนคู่สมรสและบุตรยังคงมีผลบังคับใช้ตามเดิม หากผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิลดหย่อนในส่วนนี้จะถือว่าไม่ผ่านเกณฑ์การได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ส่วนของกระบวนการคัดกรองผู้ลงทะเบียนรวมกว่า 19 ล้านราย กระทรวงการคลังได้ร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ดำเนินการเชิงรุก ผ่านกลไกฝ่ายปกครอง กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เพื่อค้นหาและนำกลุ่มเปราะบางที่เดือดร้อนจริงแต่ไม่สามารถเข้าถึงการลงทะเบียนด้วยตนเองเข้าสู่ระบบ โดยมีการรวบรวมรายชื่อเพิ่มเติมได้อีก 5.4 ล้านราย นอกเหนือจากกลุ่มผู้ลงทะเบียนเดิม 13.18 ล้านราย ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์ที่ ครม. อนุมัติ
...
นายวินิจ ยืนยันว่า กำหนดการประกาศผลการคัดกรองอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ โดยผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์จะได้รับข้อมูลแจ้งเหตุผลรายบุคคลอย่างชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถยื่นอุทธรณ์สิทธิ์ได้ตามขั้นตอน ส่วนผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้น จะได้รับสิทธิ์ในโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส ในระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 2 เดือน โดยกลุ่มนี้ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงแค่กดยืนยันความประสงค์ขอรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ก็สามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้ทันที
ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องงบประมาณหากมีผู้ผ่านเกณฑ์จำนวนมากเกินกว่ากรอบที่ตั้งไว้ นายวินิจระบุว่ากระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณจะเป็นผู้บริหารจัดการร่วมกันเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมถึงผู้เดือดร้อนทุกคนอย่างทั่วถึงที่สุด ตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นสำคัญ
สำหรับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าร่าง พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญนั้น นายวินิจระบุว่าอยากให้รอฟังผลการแถลงอย่างเป็นทางการจากนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งขณะนี้เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับนายกรัฐมนตรีที่ประเทศมาเลเซีย