“คริส” เดือดกลาง กมธ.งบฯ ปี 2570 จี้ตัดเงินกู้ให้กัมพูชา ยันคนไทยรับไม่ได้แน่ แถมยังมีหนี้ค้างไทยกว่า 1.7 พันล้าน 


วันที่ 8 ก.ค. 2569 ที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ในฐานะกรรมาธิการฯ ตั้งคำถามถึงงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับกัมพูชา รวม 18.2 ล้านบาท และเงินนอกงบประมาณอีก 13 ล้านบาท ใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการชดเชยส่วนต่าง R60/67 ของกัมพูชา และโครงการชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยโครงการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรสตึงบท


นายคริส กล่าวในที่ประชุมว่า ภายใต้สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาในขณะนี้ รัฐบาลต้องตอบคำถามประชาชนให้ได้ว่า เหตุใดประเทศไทยยังต้องตั้งงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือกัมพูชา ทั้งที่กัมพูชายังมีหนี้เงินกู้ระยะยาวต่อประเทศไทยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยจากคำชี้แจงในที่ประชุม พบว่าตัวเลขหนี้คงค้างปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,745 ล้านบาท


“ผมคิดว่าไม่มีความจำเป็น ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ให้ไปก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เงินไม่ได้เยอะ แต่ถ้าประชาชนเห็น ประชาชนไม่เข้าใจแน่ วันนี้เรื่องยังไม่เคลียร์กัน กัมพูชายังมีท่าทีที่คนไทยรับไม่ได้ ผมจึงเห็นว่าโครงการนี้เราให้งบไปไม่ได้” นายคริสกล่าว


นายคริสเสนอให้ตัดงบประมาณทั้ง 2 โครงการดังกล่าว โดยย้ำว่า แม้เม็ดเงินจะไม่ใช่จำนวนสูงเมื่อเทียบกับงบประมาณทั้งประเทศ แต่เป็น “สัญลักษณ์ทางการเมือง” ที่รัฐบาลต้องระมัดระวัง เพราะประชาชนไทยจำนวนมากกำลังตั้งคำถามว่า ในเวลาที่ประเทศต้องปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย เหตุใดงบประมาณแผ่นดินยังต้องถูกนำไปเกี่ยวข้องกับภาระทางการเงินที่เกี่ยวพันกับกัมพูชา

...


ด้านผู้แทนหน่วยงานชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เกิดขึ้นมานานแล้ว และเป็นภาระผูกพันตามสัญญาที่ต้องชำระ โดยงบชดเชยดอกเบี้ยดังกล่าวไม่ได้จ่ายให้กัมพูชาโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินไทย เช่น EXIM Bank หากตัดงบดังกล่าว ผู้ได้รับผลกระทบจะเป็นสถาบันการเงินไทย ไม่ใช่ฝ่ายกัมพูชา พร้อมยืนยันว่า การชำระหนี้ที่เกี่ยวข้องยังดำเนินการตรงเวลา ไม่มีปัญหา


อย่างไรก็ตาม นายคริสยังยืนยันให้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบ โดยนายภราดร ปริศนานันทกุล ประธานในที่ประชุม ได้สรุปให้ “แขวน” ประเด็นดังกล่าวไว้ก่อน และส่งต่อให้คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาในรายละเอียด เนื่องจากเป็นประเด็นที่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขสัญญา พันธะทางการเงิน และผลกระทบต่อสถาบันการเงินไทยอย่างรอบด้าน


พรรคเศรษฐกิจยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณปี 2570 ต้องตั้งอยู่บนหลัก “ประเทศไทยต้องมาก่อน” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประชาชนยังมีความกังวลต่อท่าทีของกัมพูชา การใช้งบประมาณทุกบาทต้องตอบคำถามสังคมได้ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องไม่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับภาระของต่างชาติมากกว่าความรู้สึกและผลประโยชน์ของคนไทย