สภาฯ ลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตาม สว. แก้ไขมา ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 เสียง ค้านนิรโทษฯ ม.112 เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ปชน. ซัดไม่จริงใจลดความขัดแย้ง 


วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข หลังจากที่วุฒิสภาส่งร่างกฎหมายที่แก้ไขกลับมาให้สภาฯพิจารณาว่าจะยืนยันให้ความเห็นชอบหรือไม่ โดยสมาชิกแสดงความเห็นกันหลากหลายมีทั้งเสียงที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยการที่สว.แก้ไขไม่ให้นิรโทษกรรมเด็กอายุ 18 ปี ที่ทำผิดมาตรา 112  การตัดความผิดมาตรา 112 ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่การปรองดอง เป็นการเลือกปรองดองเฉพาะบางฝ่าย  ให้อภัยเฉพาะบางคน ความขัดแย้งไม่เคยแก้ได้ด้วยการเอาคนเห็นต่างไปขังคุก ปัญหามาตรา 112 มี 4 ชั้นคือ 1.ความไม่ชัดเจนของกฎหมาย ถ้อยคำหมิ่นประมาท อาฆาตมาดร้าย ควรมีขอบเขตชัดเจนมากกว่ากฎหมายอาญาทั่วไป บางครั้งแค่พูดแง่วิชาการก็ถูกตีความเป็นความผิด ทำให้คนมีอำนาจได้เปรียบ 2.โทษไม่ได้สัดส่วน จำคุก 3-15 ปีต่อกรรม เป็นโทษที่รุนแรง 3.กระบวนการยุติธรรมก่อนคำพิพากษา ถูกลงโทษตั้งแต่วันที่ถูกกล่าวหา หลายคนไม่ได้ประกันตัว แม้ในที่สุดจะยกฟ้อง แต่ถูกลงโทษไปแล้ว 4.ปัญหาการเมืองและสังคม ใช้คดีเป็นเครื่องมือเล่นงานคู่ขัดแย้ง สถาบันถูกดึงมาอยู่ในความขัดแย้ง การปกป้องสถาบันต้องไม่ทำลายหลักนิติรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน หากจะนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองอย่างจริงใจ มาตรา 112 ต้องไม่ถูกตัดออกจากการพิจารณาโดยอัตโนมัติ 

...

นายธงธรรม เวชยชัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับกฎหมายฉบับนี้ไม่สมบูรณ์แบบ เข้าใจความผิดหวังที่สว.แก้ไขไม่ให้เด็กอายุ 18 ปี ได้รับนิรโทษกรรม คดีมาตรา 112 แต่การเมืองในโลกแห่งความจริง ไม่มีกฎหมายใดที่ทุกฝ่ายได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ แต่หากสภาฯใช้วิธีตั้งกรรมาธิการร่วมฯ จะต้องรอคอยไปอย่างน้อย 1 ปี ประชาชนหลายพันคนไม่มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ระหว่างรอก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ เพราะหลักการกฎหมายถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วาระ1 โอกาสเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญกฎหมายแทบเป็นไปไม่ได้ หากมองตามข้อเท็จจริงในวันนี้ไม่มีเยาวชน 18 ปี ถูกคุมขังตามความผิดมาตรา 112 การรอ 1 ปี อาจไม่มีผลลัพธ์ตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง จึงต้องเลือกจะให้ประเทศเดินหน้าทันที หรือทุกอย่างหยุดรอ โดยไม่มีหลักประกันสิ่งที่หวังจะเกิดขึ้นจริง หัวใจกฎหมายนี้คือ ก้าวไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สังคมยอมรับได้ เป็นก้าวแรกที่เกิดขึ้นจริง มีค่ามากกว่าก้าวที่สมบูรณ์แบบ แต่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง จุดยืนพรรคเพื่อไทยคือ หาทางที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ ในอนาคตถ้าสังคมไทยมาถึงจุดที่พร้อมพูดคุยเรื่องละเอียดอ่อน ก็กลับมาพูดคุยกันอีกครั้งได้ 

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว เห็นด้วยหลักการไม่นิรโทษกรรมคดีทุจริต คดีมาตรา 112 คดีร้ายแรงทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย ส่วนสิ่งที่สว.แก้ไขเนื้อหาไม่ให้เด็กอายุ 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม คดีมาตรา 112 นั้น เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ถกเถียงว่าใครจะจงรักภักดีมากกว่ากัน แต่การเปิดให้มีช่องให้เยาวชนเข้าสู่กระบวนการ จะทำให้ความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันลดลง มองว่าประเด็นนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ส่วนกรณีที่สว.เพิ่มบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว. อยู่ในร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข  แปลกใจว่าเหตุการณ์ขัดแย้งทางการเมืองไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสว.อย่างไร หากใส่เรื่องดังกล่าวไว้ สามารถให้กรรมการที่มีนายกฯเป็นประธานชี้ขาดได้ว่า สมควรนิรโทษกรรมหรือไม่ เช่น กรณีพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องสนับสนุนสว. หากพบหลักฐานชัดเจนมีคนพรรคการเมืองเกี่ยวข้อง อาจได้รับอานิสงส์การนิรโทษกรรมตามกฎหมาย ตนอาจตีความผิด แต่เป็นประเด็นที่สภาฯต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ และสบายใจ  หากไม่พิจารณา สุดท้ายจะสร้างปมขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง 

นายบุญรวี ยมจินดา สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรครวมใจไทย กล่าวว่า การไม่นิรโทษกรรม เด็กอายุ 18 ปี ที่มีความผิดมาตรา 112 เป็นเรื่องละเอียดอ่อน น่าเห็นใจ แต่เยาวชนมีกฎหมายเฉพาะคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ที่ผ่านมาศาลก็ตัดสินยกฟ้องเยาวชนจำนวนมาก การนิรโทษกรรมต้องไม่ช่วยทุกคน ทุกฝ่าย หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญระบุว่า สถานะของพระมหากษัตริย์ ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิด กล่าวหาหรือฟ้องร้องในทางใด ๆ มิได้ การไปนิรโทษกรรมเยาวชนเหล่านี้ มั่นใจได้อย่างไรว่า ในอนาคตจะไม่สร้างปัญหาความขัดแย้ง   มาตรา 112 จึงเป็นกำแพงป้องกันไม่ให้ใครมาเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบัน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย


ภูมิใจไทย หนุนรับร่าง ตามมติ สว. ค้านนิรโทษฯ ม.112  ทุกกลุ่ม 


ด้านนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า การแก้ไขของวุฒิสภามีสาระสำคัญเพียง 2 ประเด็น ได้แก่ การตัดคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ออกจากร่างกฎหมาย ให้คงเหลือเพียงคำว่า “หน่วยงานของรัฐ” ซึ่งเป็นเพียงเทคนิคทางกฎหมาย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของร่างกฎหมาย


ส่วนประเด็นที่สอง คือ เพิ่มบทบัญญัติที่กำหนดไม่ให้มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยวุฒิสภาแก้ไขให้ไม่มีการนิรโทษกรรมในทุกกรณี ซึ่งตนไม่ขัดข้องกับการแก้ไขดังกล่าว เพราะตั้งแต่ต้น ตนและสมาชิกจำนวนมากยืนยันหลักการร่วมกันว่า กฎหมายฉบับนี้ไม่ควรครอบคลุมความผิด 3 ประเภท ได้แก่ ความผิดตามมาตรา 112 ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชันและการทุจริตการเลือกตั้ง รวมถึงคดีอาญาร้ายแรง


นายอัครเดช กล่าวว่า แม้สภาผู้แทนราษฎรจะเคยส่งร่างที่อาจเปิดช่องให้นิรโทษกรรมผู้กระทำความผิดมาตรา 112 ที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่ตนเห็นด้วยกับการที่วุฒิสภาแก้ไขกลับมาไม่ให้นิรโทษกรรม เนื่องจากมาตรา 112 เป็นกฎหมายที่มีไว้เพื่อคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย หากเปิดช่องให้นิรโทษกรรม อาจทำให้ในอนาคตมีกลุ่มหรือพรรคการเมืองบางกลุ่มใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการเคลื่อนไหวหรือกระทำการที่กระทบต่อสถาบัน

“ผมห่วงเยาวชน แต่ก็เชื่อมั่นว่าระบบศาลเยาวชนมีมาตรการดูแลที่เหมาะสมอยู่แล้ว ผมได้พูดคุยกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชน ซึ่งยืนยันว่าคดีของผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานใด รวมถึงมาตรา 112 จะได้รับการพิจารณาและดูแลแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยปัจจุบันมีเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ไม่ถึง 10 ราย” นายอัครเดช กล่าว


นายอัครเดช กล่าวต่อว่า หากมีกฎหมายให้นิรโทษกรรมเยาวชนในคดีมาตรา 112 อาจกลายเป็นบรรทัดฐานทางกฎหมายที่เปิดช่องให้ผู้ใหญ่หรือกลุ่มการเมืองใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือในอนาคต ขณะที่ผู้ใหญ่กลับไม่ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว


กระทั่งเวลา 17.50 น. ภายหลังจากสส.อภิปรายครบถ้วนแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่วุฒิสภาแก้ไขมา ด้วยคะแนน 306 ต่อ 141 งดออกเสียง 2 

จากนั้นน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้สั่งปิดการประชุม