“พุธิตา” สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เรียกร้องตั้งกรรมการสอบ ตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุกับผู้ชุมนุมต่อต้านมลพิษทางน้ำข้ามแดน จนมีผู้บาดเจ็บกระดูกแขนหัก ลั่น ไม่ใช่ภัยคุกคามที่ต้องตอบโต้ด้วยกำลัง
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 น.ส.พุธิตา ชัยอนันต์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงที่อาคารรัฐสภา ถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 กลุ่มประชาชนประมาณ 30 คน จัดกิจกรรมขับเคลื่อนการแก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนในแม่น้ำกก สาย รวก โขง สาละวิน และกระบุรี บริเวณใกล้กับสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำเชียงใหม่ เพื่อยื่นแถลงการณ์ส่งมอบตัวอย่างน้ำและจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เรียกร้องให้แก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ซึ่งกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของประชาชนหลายจังหวัดภาคเหนือ โดยการชุมนุมดังกล่าวได้แจ้งต่อสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ล่วงหน้าตามพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แล้ว
แต่ระหว่างการชุมนุมเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าประชิดในพื้นที่ห่างจากบริเวณกงสุลและมีการใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ทำให้มีผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 2 ราย โดยเฉพาะ นายวิศรุต ศรีจันท์ กองเลขานุการขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) ที่ถูกผลักล้มจนได้รับบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นแขนหักและหัวไหล่หลุด ต่อมาตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ แถลงยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ยึดหลักยุทธวิธีตามหลักสากล และมิได้มีเจตนาใช้ความรุนแรง แต่ข้อเท็จจริงที่มีประชาชนบาดเจ็บถึงขั้นกระดูกหักจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ย่อมขัดแย้งกับคำแถลงดังกล่าวอย่างชัดเจน
น.ส.พุธิตา กล่าวต่อไป จึงตั้งคำถามถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่าการใช้กำลังระดับดังกล่าวต่อผู้ชุมนุมโดยสงบนั้น ได้สัดส่วนตามหลักสากลหรือไม่ “ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ ข้าพเจ้าขอยืนยันว่าเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้รับความคุ้มครองตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และข้อ 21 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคี การที่ประชาชนออกมาส่งเสียงปกป้องแม่น้ำอันเป็นแหล่งชีวิตของตน มิใช่ภัยคุกคามที่ต้องตอบโต้ด้วยกำลัง” พร้อมเรียกร้องต่อเหตุการณ์ผู้ชุมนุมถูกทำร้าย ดังนี้
...
1. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่เป็นอิสระโดยเร่งด่วน เปิดเผยผลต่อสาธารณะ และให้ความชัดเจนในเรื่องกรอบระยะเวลาต่อสังคม
2. ชดเชยเยียวยาผู้บาดเจ็บ ทั้งค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายอื่นโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมขอโทษต่อสาธารณะ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ชัดเจนว่าเป็นการทำเกินกว่าเหตุ ในพื้นที่ที่มีระยะไกลจากกงสุล
3. ให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดน ในแม่น้ำกก สาย รวก โขง อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องออกมาชุมนุม โดยเจรจากับประเทศต้นทางอย่างจริงจัง ดังที่พรรคประชาชนโดยหัวหน้าพรรค คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้แถลงไปเมื่อเช้านี้โดยด่วน
น.ส.พุธิตา ยังย้ำด้วยว่า ประชาชนคือเจ้าของประเทศและมีสิทธิอันชอบธรรมในการปกป้องบ้านเกิดของตนเอง รัฐไม่มีความชอบธรรมใดๆ ในการใช้ความรุนแรงกับประชาชนที่ส่งเสียงเรียกร้องตามสิทธิของตนเองเพื่อแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลละเลย “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมถึงผู้กำกับภาค และหัวหน้าชุดปฏิบัติการ ต้องออกมาชี้แจงและรับผิดชอบต่อกรณีนี้ โดยไม่โยนความผิดให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อย เพื่อไม่ให้เป็นวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ”