มีผู้อ่านแสดงความ "เอ๊ะ" ตั้งข้อกังขากันเข้ามามากว่า เหตุใดจึงฟันธงว่ารัฐบาลจำต้องพับแผนการลงทุนในโครงการเมกะโปรเจกต์ใหญ่อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่รู้จักกันในชื่อ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ทุกโครงการลงทุนที่เปิดให้เอกชนประมูลงานจนเสร็จสิ้นไปแล้ว
เพียงแค่…กิจการร่วมค้าในเครือ บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ที่มี บมจ.เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง (CP), บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์, บมจ.ช.การช่าง, China Railway Construction Corporation ขอเจรจากับรัฐบาลเพื่อยุติสัญญาร่วมทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา)
ด้วยเหตุผลเพราะขาดความคุ้มค่าทางด้านการลงทุน และสถาบันการเงินปฏิเสธการปล่อยกู้ แม้รัฐบาลจะพยายามยื้อยุดโครงการนี้ไว้ด้วยการคิดจะแก้ไขสัญญา
แต่ด้วยเหตุของการไม่ร่วมมือกันทำงานในโครงการลงทุนอื่นๆ เป็นปัญหาที่ยากจะหาข้อยุติ ในขณะที่ข้อมูลเมื่อครั้งผลการศึกษาเดิม เก่าเกินกว่าจะนำมาใช้ในปัจจุบัน และอนาคตข้างหน้าได้แล้ว โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่สามารถสร้างความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจได้ เช่น มีการประเมินไว้เดิมว่า สนามบินอู่ตะเภาจะรองรับผู้โดยสารได้ 13 ล้านคน เป็นต้น
นอกจากโครงการรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินที่ต้องไปเชื่อมต่อกับ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะเดินหน้าไม่ได้ เพราะไม่คุ้มค่าการลงทุนแล้ว ในส่วนของเมืองการบินที่มีสนามบินอู่ตะเภาเป็นตัวหลัก ยังไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ด้วย
...
เนื่องจากมีการขยายการลงทุนในสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมืองอย่างต่อเนื่อง
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. (AOT) กำลังเร่งดำเนินการขยายสนามบินสุวรรณภูมิครั้งใหญ่ เพื่อผลักดันไทยสู่ความเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยมุ่งเน้นเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารของสนามบินจาก 60 - 85 ล้านคนต่อปี ไปสู่เป้าหมายที่ระดับ 120 - 200 ล้านคนต่อปี
ด้วยโครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารฝั่งทิศใต้ (South Terminal) หรือ SAT-1 ซึ่งรวมอาคารเทียบเครื่องบินเพื่อขยับเพดานรองรับผู้โดยสารขึ้นเป็น 120 ล้านคน
ต่อจาก SAT-1 AOT ยังมีโครงการส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารหลักด้านทิศตะวันออก (East Expansion) เป็นโปรเจกต์เร่งด่วนที่เตรียมจะเปิดประมูลในปี 2570 และกำหนดใช้เวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จภายใน 4 ปี เพื่อดันขีดความสามารถของสนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 70 ล้านคนต่อปี โดยตั้งเป้าเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ย.2574
ส่วนต่อขยายทั้ง 2 ด้านนี้ จะมีพื้นที่รวมกัน 480,000 ตร.เมตร เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
ขณะเดียวกัน AOT กำลังเร่งขยายทางวิ่ง (รันเวย์) ที่ 4 และการขยายระบบคมนาคม เพื่อรองรับเที่ยวบินสูงสุด 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง เป็น 120 เที่ยวบินต่อชั่วโมง พร้อมระบบรถไฟฟ้าไร้คนขับ (APM) ขยายเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างอาคารหลัก อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) และอาคารผู้โดยสารทั้งทิศใต้ - ทิศตะวันออกเข้าด้วยกัน
AOT ยังมีโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะที่ 3 (เฟส 3) วงเงินลงทุนประมาณ 36,829 ล้านบาท โดยตั้งเป้าทุบอาคารผู้โดยสารหลังเก่า (Terminal 3) เพื่อสร้างอาคารหลังใหม่สำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ
พร้อมปรับปรุงอาคาร 1 และ 2 เป็นอาคารผู้โดยสารภายในประเทศซึ่งจะเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 40 - 50 ล้านคนต่อปี โดยตั้งเป้าแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการส่วนแรกภายในปี 2573 และสมบูรณ์ทั้งโครงการภายในปี 2575
สิริรวม 2 สนามบินจะมีผู้โดยสารเข้า-ออกมากกว่าปีละ 200 ล้านคน จึงเป็นเรื่องยากที่จะมีใครคิดเดินทางต่อไปใช้สนามบินอู่ตะเภาทั้งด้วยรถยนต์และรถไฟความเร็วสูง อย่างไรเสียก็ต้องวิ่งผ่านดอนเมือง และสุวรรณภูมิอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีใครแบกสัมภาระไปถึงสนามบินอู่ตะเภา
เมืองการบินสำหรับสนามบินอู่ตะเภา จึงอาจเป็นอีกสัญญาหนึ่งที่กลุ่ม บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ยากจะดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมาย และหาความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้เลย
สำหรับโครงการก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อขยายขีดความสามารถการขนส่งสินค้าทางเรือระดับนานาชาติ และ...ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี...
แม้จะยังคงมีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการต่อไป แต่ก็จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐในการลงทุนด้านสาธารณูปโภค น้ำ และไฟฟ้าที่เพียงพอต่อการเข้ามาลงทุนโครงการ ดาต้า เซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม เอกชนผู้ได้ทำสัญญากับรัฐ โดยเฉพาะการดำเนินงานในส่วนของการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อรองรับการขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี อย่างกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซี (NCP) อาจต้องเร่งรัดให้เกิดการบังคับใช้โดยอัตโนมัติกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-เขมร แม้รัฐบาลไทยจะบอกเลิก MOU 44 ไปแล้วก็ตาม แต่สัญญายังมีผลบังคับใช้อยู่
ปัญหาขึ้นอยู่กับว่า ถ้าไม่มีรถไฟความเร็วสูง และเมืองการบิน สนับสนุนการลงทุนของท่าเรือ ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจจะยังมีอยู่หรือไม่ มากน้อยเพียงใด และภาครัฐจะให้การช่วยเหลือ และสนับสนุนโครงการนี้อย่างไรให้เอกชนผู้รับสัญญาเดินหน้าลงทุนต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง
ถ้าโครงการนี้เก่าไป เกิดความล่าช้าในขั้นตอนต่างๆ ของการลงทุน และปฏิบัติจริงไม่ได้ จะมัวฝันกลางแดดกันไปทำไม