โฆษก กรอ. เผยผลประชุมนัดพิเศษรับมือฤดูฝน วางแผนป้องกันน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงหาดใหญ่ เตรียมของบเร่งด่วนภายใน 100 วัน พร้อมดึงภาคเอกชนร่วมออกแบบแผนฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน ระบบเตือนภัย
วันที่ 8 กรกฎาคม นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กรอ. ครั้งที่ 2/2569 โดยระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษที่รัฐบาลจัดขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูมรสุมในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประสานการทำงานร่วมกับกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งจัดทำแผนใช้งบประมาณเร่งด่วนสำหรับการบริหารจัดการน้ำภายใน 100 วัน ทั้งในด้านการป้องกัน การรับมือ และการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนหากเกิดสถานการณ์น้ำท่วม ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างพิจารณากรอบงบประมาณระยะสั้นสำหรับดำเนินมาตรการเร่งด่วน โดยจะหารือร่วมกับสำนักงบประมาณ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดงบประมาณที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที ขณะเดียวกันรัฐบาลยังวางแผนการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมมีความต่อเนื่องและยั่งยืน
นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ได้เชิญผู้แทนคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จังหวัดสงขลา เข้าร่วมประชุมและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ มีบทบาททั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว และการกระจายรายได้ อีกทั้งยังเป็นประตูเชื่อมโยงการค้ากับประเทศในอาเซียน ดังนั้นรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำอีก
...
อย่างไรก็ตาม การเตรียมความพร้อมไม่ได้จำกัดเฉพาะพื้นที่หาดใหญ่เท่านั้น แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเกิดอุทกภัย โดยต้องเร่งวางมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน ในส่วนของภาคเอกชนได้เสนอแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน ทั้งการปรับปรุงระบบระบายน้ำ การพัฒนาคลอง การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัย การฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการที่จะทำให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและประตูสู่อาเซียนอีกครั้ง
นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังเสนอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่มีจำนวนมากในพื้นที่หาดใหญ่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและฟื้นตัวจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปพิจารณาร่วมกัน เพื่อกำหนดรูปแบบสินเชื่อที่เหมาะสมและเข้าถึงผู้ประกอบการได้มากที่สุด
สำหรับข้อเสนอเรื่องการเร่งรัดก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม นายวีระพงษ์ กล่าวว่า รายละเอียดด้านโครงการจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเป็นผู้ชี้แจงเพิ่มเติม แต่ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงคลอง ระบบระบายน้ำ หรือโครงสร้างป้องกันน้ำท่วม เพื่อไม่ให้พื้นที่กลับไปเผชิญปัญหาเดิมอีก
ทั้งนี้ หลังสถานการณ์น้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา โครงสร้างพื้นฐานหลายแห่งได้รับความเสียหายและจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชน เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนา พร้อมเร่งซ่อมแซมและเสริมสร้างศักยภาพของเมืองหาดใหญ่ให้มีความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศและภัยพิบัติในอนาคต โดยตั้งเป้าให้หาดใหญ่เป็นต้นแบบของเมืองที่สามารถรับมืออุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นโมเดลให้เมืองอื่นนำไปประยุกต์ใช้
นายวีระพงษ์ กล่าวอีกว่า ในด้านงบประมาณ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจรายละเอียดว่า โครงการใดสามารถใช้งบเร่งด่วนได้ทันที โครงการใดเป็นงบระยะกลาง และโครงการใดเป็นงบระยะยาว เนื่องจากอีกไม่กี่เดือนพื้นที่ภาคใต้จะเข้าสู่ฤดูฝน โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการที่สามารถใช้ได้ทันเวลา
สำหรับโครงการเร่งด่วนที่จะเสนอของบประมาณนั้น จะมุ่งเน้นการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งก่อน รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เห็นผลภายใน 100 วัน
ในส่วนของภาคเอกชนมีการประสานงานกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และมีจุดยืนร่วมกันว่าไม่ต้องการให้หาดใหญ่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมซ้ำรอยอีก ขณะที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ทุกครั้งที่เดินทางไปต่างประเทศ มักได้รับข้อเสนอแนะจากนักลงทุนว่าประเทศไทยยังมีศักยภาพและจุดแข็งในการดึงดูดการลงทุน ทั้งในด้านการเปิดตลาด การอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ และการปฏิรูปกฎหมาย ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้ประเทศไทยกลับมาเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนในเวทีโลก
ทั้งนี้ นายวีระพงษ์ ยืนยันด้วยว่า การฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่จะดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยผู้แทนหอการค้าไทยและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เข้าร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการของภาคธุรกิจ ทำให้รัฐบาลรับทราบประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ และสามารถกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้ตรงกับความต้องการของพื้นที่มากที่สุด