“สุรศักดิ์” เผย Tomorrowland Thailand ดันเศรษฐกิจท่องเที่ยว คาดเงินสะพัดปีละ 6,000 ล้าน สร้างงานกว่า 4,000 ตำแหน่ง ขายบัตรปีแรกดึงต่างชาติร่วมงาน 85% เผยวาระแยก ก.ท่องเที่ยวฯ ยังไม่เข้า ครม.
วันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมจัดเทศกาลดนตรี Tomorrowland Thailand 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 11-13 ธันวาคม 2569 ซึ่งการจัดงานเป็นไปตามมติ ครม. ที่เห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพต่อเนื่อง 5 ปี โดยคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท สำหรับปีแรก Tomorrowland Thailand เปิดจำหน่ายบัตรวันละ 50,000 ใบ รวม 3 วัน จำนวน 150,000 ใบ ซึ่งจำหน่ายหมดภายในเวลาประมาณ 10-20 นาที สะท้อนความต้องการเข้าร่วมงานของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ทั้งนี้ ข้อมูลการจำหน่ายบัตรพบว่า ผู้เข้าร่วมงานประมาณ 85% เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอีก 15% เป็นคนไทย โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติแบ่งเป็นตลาดระยะใกล้ (Short Haul) และตลาดระยะไกล (Long Haul) ในสัดส่วนใกล้เคียงกัน ซึ่งกลุ่มตลาดระยะไกลมีแนวโน้มพักในประเทศไทยนานขึ้น ส่งผลดีต่อการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ ผู้จัดงานยังจำหน่ายแพ็กเกจสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในราคามากกว่า 150,000 บาทต่อแพ็กเกจ ซึ่งรวมบัตรเข้างานและที่พักในไทย แต่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและการใช้จ่ายอื่นๆ ภายในประเทศ
นายสุรศักดิ์ ระบุอีกว่า การจัดงานจะสร้างการจ้างงานกว่า 4,000 ตำแหน่ง ทั้งด้านระบบเสียง เวที วิศวกรรม การขนส่ง และงานบริการ รวมถึงช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น โดยคาดว่าตลอดระยะเวลา 5 ปี จะสร้างรายได้รวมไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท และในปีต่อๆ ไปอาจมีรายได้สูงกว่าปีละ 6,000 ล้านบาท หากสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้เพิ่มขึ้น
...
ทางด้านมาตรการดูแลนักท่องเที่ยว นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ร่วมกับจังหวัดชลบุรี ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนรองรับทั้งระบบขนส่งและความปลอดภัย โดยจะจัดรถ Shuttle Bus รับ-ส่ง เพื่อลดปัญหาการจราจร พร้อมตั้งศูนย์อำนวยการความปลอดภัย จุดคัดกรอง และอาสาสมัครดูแลนักท่องเที่ยวตลอดการจัดงาน รวมถึงผู้จัดงานจะนำระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานสากลเข้ามาดูแลเพิ่มเติม
ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกกระทรวงเร่งประชาสัมพันธ์ผลงานและกำหนดตัวชี้วัด (KPI) ประเมินการทำงานของรัฐมนตรี นายสุรศักดิ์ ระบุว่า เป็นแนวทางที่เหมาะสม เพราะทุกกระทรวงควรมีเป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเป็นไปในทิศทางเดียวกัน “การมี KPI เป็นเรื่องที่ถูกต้อง เพราะทุกกระทรวงต้องมีผลงานที่เป็นรูปธรรม และสามารถตอบสนองนโยบายของรัฐบาลได้ เป้าหมายของทุกคนคือการร่วมกันพัฒนาประเทศ”
ขณะเดียวกัน นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวถึงแนวโน้มการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งหลังของปี ว่า มีสัญญาณฟื้นตัว หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ตลาดนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดหลักอย่างจีน อินเดีย และยุโรป มีแนวโน้มเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก จากจุดแข็งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และการบริการ
นอกจากนี้ กระทรวงยังเตรียมใช้โอกาสจากการที่วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช มีแนวโน้มได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านการจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวและการทำตลาดร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงเดินหน้าขยายเส้นทางบินตรงสู่เมืองท่องเที่ยวรอง เพื่อกระจายรายได้สู่ภูมิภาค เช่น พัฒนาสนามบินหัวหินและสนามบินนครพนม ที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้อยู่เพื่อยกระดับเป็นสนามบินนานาชาติ ซึ่งเชื่อว่าหากทำสำเร็จ จะสามารถดึงนักท่องเที่ยวจากมาเลเซีย ไต้หวัน จีน สิงคโปร์ และอีกหลายประเทศมาสู่เมืองรองของไทยได้
ส่วนความคืบหน้าการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุรศักดิ์ ระบุว่า ขณะนี้เรื่องยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จึงทำให้วันนี้ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวในที่ประชุม ครม. แต่คาดว่าจะมีความชัดเจนในเร็วๆ นี้ โดยเชื่อว่าหากมีการแยกกระทรวงจะช่วยให้การพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬา การใช้วิทยาศาสตร์การกีฬา การสร้างนักกีฬาอาชีพ และการวางรากฐานให้นักกีฬาเยาวชน มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.