“จุลพันธ์” ยืนยันยังไม่ถึงเวลาปรับครม. นายกฯปล่อยทำงานพิสูจน์ฝีมือ หลังผ่านมาเพียง 3 เดือน เร่งทุกกระทรวงแถลงผลงาน-วิสัยทัศน์
วันที่ 7 ก.ค. 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีนายกรัฐมนตรีขู่ปรับรัฐมนตรีที่โลกลืมพ้นครม.ว่า ขณะนี้ยังไม่มีมูลเหตุและยังไม่ถึงเวลาที่จะทบทวนการทำงานของใคร เนื่องจากรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้นทำงานมาเพียง 3 เดือนเท่านั้น จึงต้องให้เวลาทุกคนได้ทำความคุ้นเคยและพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน โดยจะมีการติดตามและประเมินผลเป็นระยะ ส่วนการตัดสินใจในขั้นสุดท้าย ประชาชนจะเป็นผู้ชี้วัด และมีนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกกระทรวงเร่งรัดและปรับปรุงการสื่อสารกับประชาชนให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายที่ขับเคลื่อนออกไปแล้วและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งในส่วนของหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล เช่น กระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมผลงานในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา พร้อมทั้งเตรียมแถลงทิศทางและวิสัยทัศน์ ในการขับเคลื่อนงานในระยะ 3-4 ปีข้างหน้าให้สังคมได้รับทราบเร็ว ๆ นี้
สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสันติสุข หรือกฎหมายนิรโทษกรรม ที่มีการแก้ไขโดยสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นั้น เบื้องต้นมีแนวโน้มเห็นชอบกับการแก้ไขดังกล่าว เพื่อให้กฎหมายสามารถประกาศใช้บังคับและเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ได้รับการนิรโทษกรรมโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ จากการหารือร่วมกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวในสมัยที่ผ่านมา ได้รับการยืนยันว่า ประเด็นที่ สว. ปรับแก้ไขนั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบหรือเป็นการรอนสิทธิของผู้ใด เช่น สิทธิของเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเดิมอยู่
...
นอกจากนี้ รัฐบาลมองว่าการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (ก.ร่วม) ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา อาจส่งผลให้เกิดความสุ่มเสี่ยงและทำให้กฎหมายล่าช้า เนื่องจากโครงสร้างสัดส่วนของ ก.ร่วม (สส. 10 คน และ สว. 10 คน) นั้น ในส่วนของ สส. ต้องมีการเฉลี่ยสัดส่วนตามโควตาพรรคการเมือง ส่งผลให้ทิศทางเสียงส่วนใหญ่ของ ก.ร่วม ที่ผ่านมา มักจะเป็นไปตามแนวทางที่ สว. เห็นชอบเป็นหลัก ดังนั้น การยอมรับร่างที่มีการแก้ไขจาก สว. ในทันที จึงเป็นแนวทางที่ทำให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ได้รวดเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศการให้สัมภาษณ์เป็นไปอย่างผ่อนคลาย โดยในช่วงท้ายก่อนจบการสัมภาษณ์ ยังได้พูดหยอกล้อกับสื่อมวลชนอย่างเป็นกันเองให้รีบปิดกล้อง จะได้ไม่ต้องยืนแขม่วพุงสร้างรอยยิ้มให้กับผู้สื่อข่าวในทำเนียบรัฐบาล