“อนุทิน” ย้ำสอบสวนทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ไม่มีวิ่งเต้น ให้แต่ละหน่วยงานทำงานแข่งกัน ประกาศให้การสนับสนุนเต็มที่ ไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 6 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีสอบบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นว่า มีการตั้งคณะกรรมการในแต่ละระดับชั้น ในส่วนของสำนักนายกฯ มีการแต่งตั้ง นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ เป็นประธาน ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวง มารายงานว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ (6 ก.ค.) มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางก็ได้มารายงานว่าเขาทำอะไรไปแล้วบ้าง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) มันตลกดี ความผิดต้องแยกย่อย แต่ละความผิดก็มีแต่ละหน่วยงานของราชการไปดำเนินการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ทุกหน่วยงานทำตามขอบเขตอำนาจคู่ขนานกันไป สุดท้ายข้อมูลทั้งหลายก็ต้องมาบรรจบที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ทำให้มีข้อมูลที่แน่นขึ้นและทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่า ไม่มีการวิ่งเต้นหรือช่วยเหลือ ซูเอี๋ยกันอย่างแน่นอน เมื่อถามว่าแต่ละหน่วยงานที่มีการรายงานมาพบผู้กระทำความผิดมีรายชื่อซ้ำกันหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ตีตราลับมาก ฉะนั้นตนก็ต้องรักษาความลับ เพียงแต่บอกได้ว่าตั้งคณะกรรมการตามลำดับชั้น ให้ดำเนินการในเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด รวดเร็ว และต้องมีความโปร่งใส เมื่อถามย้ำว่า ของกระทรวงมหาดไทยมีผู้ที่กระทำความผิดกี่คน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็บอกไปแล้วว่าตีตราลับมาก

ให้แต่ละหน่วยงานทำงานแข่งกัน

...

นายอนุทิน กล่าวว่า ชุดของนายปกรณ์ไม่สามารถดำเนินคดีเองได้ เพราะไม่ใช่เจ้าพนักงาน แต่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนสำนักนายกฯ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อุกอาจ เหิมเกริม และเป็นที่สนใจของสังคม ฉะนั้นต้องมีคนคอยกำกับดูแลด้านบน ซึ่งคณะกรรมการจะเป็นหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ เมื่อถามถึงจะต้องให้ผู้ที่ถูกสอบวินัยร้ายแรงออกจากราชการไว้ก่อนเหมือนกรณีอื่นๆ ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันต้องมีขั้นตอน ขณะนี้เราเริ่มแล้ว บางคนก็มีการเรียกมาให้มาช่วยราชการเพื่อขาดจากตำแหน่งเดิม ซึ่งต้องยึดตามหลักกฎหมายด้วยหลักฐานที่มีอยู่ ตรงไหนที่มีความชัดเจนก็ดำเนินการอย่างเด็ดขาดได้ ตรงไหนที่จะต้องใช้การสืบสวนสอบ สอบพยาน หรืออะไรก็แล้วแต่ ก็จะมีแต่ละช่องแต่ละซอยที่จะต้องไปดำเนินการ แต่ทุกอย่างกำลังดำเนินการคู่ขนานกันไป ฉะนั้นจะเป็นการขับเคลื่อนในทุกหน่วยงาน โดยธรรมชาติก็มีการแข่งขันกันเอง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เมื่อถามว่าผลการสอบสวนในคณะกรรมการของนายปกรณ์ จะนำไปสู่การดำเนินการอย่างไรต่อไป นายอนุทิน กล่าวว่า ผลการสอบ ถ้าพลาดไปโดนใครก็ต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากมองดูก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย มีการจ่ายสินบนและให้ค่าตอบแทนในการดำเนินการต่างๆ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงผลคะแนน ซึ่งล้วนแล้วแต่จะต้องนำมาเป็นสารตั้งต้น เราก็ต้องยอมรับกฎหมาย ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นกฎหมู่ ถ้าทำตามอำเภอใจได้ก็จะเกิดอีกปัญหาหนึ่งตามมา ฉะนั้นเราจะต้องทำตามกฎหมายให้มากที่สุด

สนับสนุนเต็มที่ ไม่ต้องกลัวหน้าไหน

เมื่อถามว่าวางกรอบระยะเวลาการสอบวินัยร้ายแรงไว้แล้วหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าส่วนราชการ ในการวางกรอบและให้นโยบาย เมื่อถามว่าการดำเนินการสอบวินัยร้ายแรงจะเทียบเคียงได้กับคณะสอบสวนชุดนายปกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าอย่างที่ตนบอกสมมุติว่า ป.ป.ช. ทำได้เร็วกว่าหน่วยงานอื่น หน่วยงานอื่นโดยธรรมชาติก็ต้องแข่งกันทำ สำหรับกรอบเวลาในการสอบสวนนั้น เร่งอยู่แล้ว ในเบื้องต้น คณะกรรมการชุดใหญ่จะมีการสอบสวนใน 30 วัน ส่วนชุดเล็กก็ตามเนื้อหาไม่นาน เพราะเป็นที่สนใจและต้องตอบสังคมให้ได้ ฉะนั้นก็คงไม่มีอะไรที่ต้องกังวล ก็ทำเต็มที่ ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี มาให้ความมั่นใจว่า รัฐบาล เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการดำเนินการของเขาในทุกรูปแบบโดยไม่ต้องเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม หรือหน้าใครที่ไหน