“ภาวุธ” ฉายภาพ 4 เรื่อง แพลตฟอร์มข้ามชาติเข้าพบรัฐบาลเสนอ 500 ล้าน ช่วย SME ไทย แต่ต้องแลกกับการขึ้นค่าธรรมเนียมอีก 10% แนะรัฐบาลคุยทุกแพลตฟอร์ม หวั่นกินรวบและอย่าลืมแพลตฟอร์มไทย


วันที่ 5 ก.ค. 2569  นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า เห็นข่าว แพลตฟอร์มข้ามชาติ เข้าพบรัฐบาล ประกาศทุ่ม 500 ล้านช่วย SME ไทย การที่ผู้บริหารระดับโลกเดินเข้ามาคุยกับรัฐบาลไทยเอง ก็แสดงว่าเขาเห็นตลาดไทยสำคัญจริงๆ อันนี้ต้องชื่นชม แต่ในฐานะคนที่ตามเรื่อง “แพลตฟอร์มต่างชาติกับการผูกขาดดิจิทัล” มาตลอด งานนี้ฉากหน้าดูสวย หลังบ้านก็ต้องมองให้ทะลุ


1. ลองหารเลขดู 500 ล้านบาท หารร้านค้า 1.2 ล้านราย ระยะเวลา 6 เดือน ตกแล้ว “ช่วยร้านค้าได้เดือนละไม่กี่สิบบาทต่อร้าน” เท่านั้น แถมเงื่อนไขคือเว้นค่าธรรมเนียม “แค่ 10 ออเดอร์แรกของเดือน เฉพาะร้านยอดขายต่ำกว่าหมื่น” ซึ่งร้านที่กำลังจะตายจริงๆ จากค่าธรรมเนียมที่ขึ้นเอาๆ... ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ ทั้งที่เป็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่กำลังเจอผลกระทบจากการขึ้นค่าบริการอยู่ตอนนี้


พูดง่ายๆ นี่คืองบการตลาด ที่เปลี่ยนป้ายเป็น “งบช่วยชาติ” แล้วเดินเข้าทำเนียบฯ ในจังหวะที่สภากับสังคมกำลังกดดันเรื่องทุนต่างชาติกินรวบพอดี มันคือการ “ซื้อเกราะกันกระสุนทางการเมือง” พอรัฐจะออกกฎหมายคุมแพลตฟอร์มขึ้นมา จะได้เกรงใจ มองอีกมุม มันคือโครงการปลุกร้านค้าตัวเล็กที่ยอดยังไม่เยอะ ให้โตเป็นลูกค้าตัวใหญ่ในแพลตฟอร์มต่อไป ยิงนกครั้งเดียวได้หลายตัวเลย


2. มือหนึ่งแจก 500 ล้านอีกมือประกาศขึ้นค่าธรรมเนียม นี่คือส่วนที่อยากให้ดูกันชัดๆ เพราะหลังผู้บริหารแพลตฟอร์มข้ามชาติรายดังกล่าว เข้าพบนายกฯ ได้แค่ 9 วัน ก็มีประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมรอบใหม่ มีผล 4 ส.ค. นี้

...


“ผมได้เห็นข้อมูลหลังบ้านจริงของผู้ประกอบการที่ขายบน Shopee (ขอบคุณเจ้าของข้อมูลที่กล้าเปิดครับ) ตัวเลขน่าตกใจมาก ยังไม่ถึง 1 ปีดี ค่าธรรมเนียมรวม (ขาย + ชำระเงิน) ขึ้นจากขั้นต่ำ 18.19% → 28.82% เกือบ 1 ใน 3 ของราคาขาย ร้านค้าถูกบีบให้ต้องบวกราคาขึ้นอย่างน้อย 20% ไม่งั้นก็ต้องแบกต้นทุนเองเต็มๆ แล้วเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บเพิ่ม เอาไปไหน? ก็เอาไปแจกเป็นโค้ดส่วนลดให้ผู้ซื้อเฉลี่ย 25% จนตอนนี้ 98% ของออเดอร์ใช้โค้ดหมด พูดง่ายๆ คือ “ไม่มีโค้ด คนไม่ซื้อ” สุดท้ายมันกลายเป็นวงจรที่ทุกคนติดกับ ร้านค้าขึ้นราคาหนีค่าธรรมเนียม  แพลตฟอร์มเอาค่าธรรมเนียมไปแจกโค้ด ผู้ซื้อเสพติดโค้ด ราคาสินค้าหน้าแพลตฟอร์มเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่เป็นของชิ้นเดิม กลไกคูปองแบบนี้กำลังบิดเบือนราคาสินค้าทั้งตลาด และคนคุมเกมทั้งหมดคือแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ร้านค้า ไม่ใช่ผู้บริโภค


ลองเทียบกันดูครับ โครงการช่วยชาติ 500 ล้าน กับค่าธรรมเนียมที่ขึ้นอีก 10% จากยอดขายทั้งระบบระดับแสนล้าน... อันไหนใหญ่กว่ากัน? และนี่คือเหตุผลว่าทำไมโครงการนี้ ไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ที่กำลังโดนผลกระทบจริงเลย”


3. ในเมื่อเขาเดินมาหาเราถึงที่รัฐต้องเป็นคนตั้งเงื่อนไข ไม่ใช่แค่ประธานเปิดงาน ตนเองเสนอให้พลิกเกม เอากลไกดีๆ ที่เขามีอยู่แล้วมาใช้ประโยชน์จริง ยกระดับโปรแกรมส่งออกของ แพลตฟอร์มข้ามชาติรายดังกล่าว ให้เป็นวาระแห่งชาติ เปิด “Thailand Pavilion” หน้าแรกในมาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ให้อัลกอริทึมช่วยดันสินค้าไทยจริงๆ มีโปรโมชั่นดันร้านค้าไทยไปขายต่างประเทศจริงๆ ตั้งเป้า วัดผล เป็นจำนวนร้านค้าไทยที่มียอดขายเกิดขึ้นจริง


ใช้ระบบขนส่งของเขาที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว เป็นท่อส่งออก รัฐช่วยอุดหนุนค่าส่งบางส่วน ให้ของไทยไปถึงมือลูกค้าต่างประเทศในราคาที่แข่งได้ และจับมือกับผู้ประกอบการขนส่ง คลังสินค้า fulfillment ทั้งในไทยและต่างประเทศร่วมโครงการนี้ (อยากให้ไปร่วมกับสมาคม LogisTech)

ขอ Zero-Fee 1 ปี สำหรับร้านไทยที่ขายออกต่างประเทศ จูงใจให้ผู้ผลิตไทยกลายเป็นผู้ส่งออกดิจิทัล และที่สำคัญ ความโปร่งใสเรื่องค่าธรรมเนียม ต้องอยู่บนโต๊ะเจรจาด้วย จะขึ้นค่าธรรมเนียมต้องแจ้งล่วงหน้านานพอ มีเพดานชัดเจน ไม่ใช่ขึ้นปีละหลายรอบแบบนี้


4. อย่าจับมือทีละค่าย ต้องคุมทั้งกระดานพร้อมกัน ถ้ารัฐเดินสายจับมือทีละเจ้า จะเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบทันที สิ่งที่ควรทำคือประกาศกรอบความร่วมมือแห่งชาติ ดึงทุกยักษ์มานั่งโต๊ะเดียวกัน แพลตฟอร์มข้ามชาติทุกราย กติกาเดียวกันหมด ทั้งคุมสินค้านำเข้าให้ผ่าน มอก./อย. เปิดท่อส่งออกให้สินค้าไทย (เข้าใจว่าต่อ API กับหน่วยงานรัฐแล้ว เรื่องการตรวจสอบสินค้า) และคุมความโปร่งใสเรื่องค่าธรรมเนียม

TikTok ใช้พลัง Live กับครีเอเตอร์ ดันสินค้าท้องถิ่นไทยให้คนเห็น ปรับอัลกอริทึมให้สินค้าไทยแสดงมากกว่าสินค้าต่างประเทศ

Meta / LINE คนไทยซื้อของผ่านแชตเยอะที่สุดในโลก ต้องดึงมาเชื่อมระบบหลังบ้าน ขนส่ง จ่ายเงิน ให้ร้านค้าอิสระยืนได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งมาร์เก็ตเพลสอย่างเดียว

แพลตฟอร์มไทย  ห้ามลืมเด็ดขาด ตอนนี้เริ่มมีแพลตฟอร์มไทยเกิดขึ้นแล้ว รัฐต้องร่วมมือกับแพลตฟอร์มไทยอย่างเต็มที่ อย่าให้เขาเดินคนเดียว และแพลตฟอร์มไทยเองก็ต้องรวมตัวกัน เพราะรัฐช่วยบริษัทใดบริษัทหนึ่งไม่ได้.. การทำงานผ่านสมาคม E-Commerce จะเป็นตัวกลางที่รัฐเข้ามาสนับสนุนได้


ขอบคุณ แพลตฟอร์มข้ามชาติ ที่ลุกขึ้นมาทำอะไรให้ SME ไทยครับ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่การช่วย 500 ล้านด้วยมือซ้าย แล้วขึ้นค่าธรรมเนียมเกือบ 10% ด้วยมือขวา มันสวนทางกันเกินไป เราจะไม่ยอมให้ใครใช้เงินเศษเสี้ยว มาซื้อสิทธิ์กินรวบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ


“ไม่อยากให้แพลตฟอร์มข้ามชาติ “กินรวบ” ผู้บริหารแพลตฟอร์มข้ามชาติรายดังกล่าวต้องมองถึงการ “กินแบ่ง” แล้วเติบโตร่วมไปกับระบบนิเวศการค้าออนไลน์ของประเทศ.. ตอนนี้มีการรวมตัวกันของหลายสมาคมการค้าออนไลน์แล้ว ควรไปทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ตัวเองจะทำทุกอย่าง แล้วรวบเข้าระบบนิเวศตัวเองทั้งหมด และฝากถึงผู้ประกอบการทุกท่านด้วยครับ อย่าฝากชีวิตไว้กับมาร์เก็ตเพลสอย่างเดียว ต้องสร้างช่องทางขายของตัวเองควบคู่ไปด้วย เพราะกติกาเปลี่ยนได้ตลอดเวลา และคนเปลี่ยน... ไม่ใช่เรา อยากฝากคำแนะนำนี้ของผมถึงรัฐบาล เพราะน่าจะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจการค้าออนไลน์ของไทย ที่กำลังเติบโตอย่างมากในตอนนี้ครับ”