ฝ่ายกฎหมายโต้ “มัลลิกา” ยืนยัน “ชัชชาติ” หาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 ถูกต้องทุกประการ แนะตรวจสอบกฎหมายและระเบียบถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นสู่สาธารณะ


วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 จากกรณี นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวในการบรรยายของสถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พาดพิงถึงสื่อโฆษณาหาเสียงของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่ามีป้ายเกินขนาด ผิดกฎหมายนั้น ฝ่ายกฎหมายของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขอชี้แจงว่า การหาเสียงของนายชัชชาติ ได้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงทุกประการ และได้มีการหารือ สอบถาม และแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในทุกกระบวนการก่อนดำเนินการแล้ว โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. สื่อโฆษณาที่ติดบนรถสาธารณะและรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงจออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ใช่ “แผ่นป้ายหาเสียง” หรือ “ประกาศหาเสียง” ตามนิยามของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน        

ซึ่งตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 นั้น ได้กำหนดนิยาม “แผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” ว่า แผ่นป้ายของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษ กระดาน หรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันและมีความแข็งแรงที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง กล่าวคือแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้งจะต้องมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยม ถูกยึดไว้บนโครงไม้ โครงโลหะ หรือยึดไว้กับส่วนใดส่วนหนึ่งของอาคาร หรือสิ่งที่ยึดอยู่บนพื้นที่ 

...

ในส่วนของประกาศหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวได้นิยามไว้ว่า “ประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง” หมายความว่า ประกาศของผู้สมัครที่มีลักษณะเป็นกระดาษหรือวัสดุอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันที่มีข้อความหรือรูปที่ผู้สมัครได้จัดทำเพื่อใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ประกาศหาเสียงเลือกตั้งจึงต้องพิมพ์ลงในวัสดุที่เป็นกระดาษหรือวัสดุที่มีลักษณะคล้ายกระดาษ และใช้สำหรับการติดตั้งบนอาคาร แผ่นกระดาน หรือสิ่งที่ไม่อาจเคลื่อนที่ได้เท่านั้น

นอกจากนี้ ตามระเบียบ กกต. ดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกข้อห้ามไม่ให้มีการโฆษณาหาเสียงโดยวิธีการอื่น ดังจะเห็นได้จากการระบุให้ “เอกสาร” หรือ “วิดีทัศน์” ที่ใช้ในการหาเสียงต้องระบุชื่อผู้ผลิต ผู้จัดทำ และรายละเอียดอื่นๆ (ข้อ 23) เมื่อตีความระเบียบของ กกต. ประกอบกับประกาศของ กกต. กรณีนี้จึงเห็นได้ว่า กฎหมายเลือกตั้งอนุญาตให้มีการหาเสียงโดยวิธีการอื่นนอกเหนือไปจากการผลิตป้ายและประกาศอย่างที่เคยยึดถือปฏิบัติกันมา ไม่จำกัดอยู่แต่เฉพาะการทำในรูปแบบของ “ประกาศ” หรือ “แผ่นป้าย” เท่านั้น

จากข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น กรณีจึงเห็นได้ว่า สื่อโฆษณาที่ นายชัชชาติ ติดตั้งบนรถโดยสารสาธารณะและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินนั้น ซึ่งทำจากสติกเกอร์ ไม่ใช่กระดาษหรือแผ่นป้ายที่ยึดติดกับอาคาร หรือสถานที่ใดที่หนึ่ง แต่เป็นการปิดสื่อโฆษณาเข้ากับพาหนะซึ่งเคลื่อนที่ได้ ซึ่งไม่เข้าลักษณะของประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งแต่อย่างใด 

ด้วยเหตุนี้ สื่อโฆษณาที่ทีมงานนายชัชชาติ ติดบนรถสาธารณะและประตูรถไฟฟ้าสีน้ำเงิน รวมถึงบนจอภาพอิเล็กทรอนิกส์ จึงไม่ใช่แผ่นป้ายหาเสียง หรือประกาศหาเสียงตามนิยามของระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 จึงไม่อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องขนาดและจำนวน และไม่มีประกาศหรือระเบียบใดๆ บัญญัติถึงข้อห้ามหรือข้อกำหนดขนาดและจำนวนแต่อย่างใด 

2. ประกาศ กกต. เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 อนุญาตให้มีการหาเสียงในรูปแบบอื่นได้ เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายเท่านั้น ขอเรียนว่า นอกจากการติดตั้งสื่อประชาสัมพันธ์บนรถโดยสารสาธารณะจะไม่เข้านิยามของ “แผ่นป้ายหาเสียง” และ “ประกาศหาเสียง” ตามระเบียบ กกต. ที่อ้างแล้วนั้น ยังมีประกาศ กกต. เรื่อง ประเภทของค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ซึ่งให้ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งรวมถึง “...(4) ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ได้แก่ ค่าสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ค่าผลิตสื่อเพื่อการออกอากาศ รวมถึงค่าโฆษณาอื่นที่เป็นการกระทำเพื่อการหาเสียงเลือกตั้ง (5) ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง…” 

กรณีจึงหมายความได้ว่า กกต. ได้อนุญาตให้มีการโฆษณาการหาเสียงเลือกตั้งในรูปแบบสื่ออื่นๆ นอกจากประกาศเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้งและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง เพียงแต่ต้องแจ้งค่าใช้จ่ายดังกล่าวต่อ กกต. ซึ่งฝ่ายกฎหมายเคยทำหนังสือแจ้งรายละเอียดถึงการโฆษณาดังกล่าว ตามหนังสือเรื่อง แจ้งการโฆษณาหาเสียงด้วยวิธีการปิดสติกเกอร์บนรถโดยสารประจำทาง ฉบับลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ซึ่งได้ยื่นต่อ กกต. แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งก็เคยมีหนังสือตอบกลับเกี่ยวกับการโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะว่า “8. ข้อหารือที่ 7 ค่าใช้จ่ายในการเช่าพื้นที่โฆษณาบนยานพาหนะสาธารณะ ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายด้วยหรือไม่ เห็นว่า ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังนั้น ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย โดยต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศกำหนดตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562

9. ข้อหารือที่ 8 และ 9 การติดป้ายโฆษณาหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะจะทำให้รถคันนั้นเข้าลักษณะเป็น “พาหนะที่ใช้ในการหาเสียง” ตามข้อ 23 (3) ของระเบียบ กกต. ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2563 ด้วยหรือไม่ และหากพิจารณาแล้วว่า รถโดยสารสาธารณะทั่วไปที่มีการปล่อยเช่าพื้นที่บนรถโดยสารเพื่อหาเสียงเลือกตั้งถือเป็น “พาหนะในการหาเสียง” ตามระเบียบดังกล่าว 

ในกรณีนี้เจ้าของพาหนะ/ผู้ประกอบกิจการรถขนส่งสาธารณะซึ่งยังคงต้องประกอบอาชีพรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไป (เพียงแต่รับติดป้ายโฆษณาหาเสียง) จะสามารถนำพาหนะคันดังกล่าวออกประกอบอาชีพรับจ้างตามปกติได้หรือไม่ เห็นว่า การเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งบนยานพาหนะสาธารณะ อาจไม่เข้าข่ายมีลักษณะเป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียง เป็นเพียงการเช่าพื้นที่โฆษณาเพื่อหาเสียงเลือกตั้งซึ่งผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องนำมาคิดคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งประสงค์จะจ้างให้เป็นพาหนะที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยตรง ซึ่งต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเจ้าของรถโดยสารสาธารณะด้วย เช่น องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นต้น” 

ประกอบกับเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ซึ่ง กกต. และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร จัดให้มีการอบรมการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์แก่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เพื่อให้ผู้สมัครทุกรายหาเสียงถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่ง ว่าที่ร้อยตรีสัมพันธ์ แสงคำเลิศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร ได้กรุณาให้คำตอบเกี่ยวกับการหาเสียงบนรถโดยสารสาธารณะเอาไว้อย่างชัดเจนว่า สามารถกระทำได้ และไม่ถือเป็นประกาศหรือแผ่นป้ายหาเสียงที่จำกัดขนาด เพียงแต่ต้องนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วยเท่านั้น

“จึงขอให้ทางผู้รับฟังบรรยายของคุณมัลลิกา ที่สถาบันพระปกเกล้า และสาธารณชนทั่วไป รับทราบและเข้าใจโดยทั่วกัน ว่าการหาเสียงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้ยึดมั่นและเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับการหาเสียงอย่างถูกต้องทุกประการทั้งสิ้น และขอให้ผู้พาดพิง ตรวจสอบข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้ถี่ถ้วนก่อนแสดงความเห็นใดๆ ออกสู่สาธารณะ”