คมนาคมไฟเขียว 30 ล้าน เปิดพิมพ์เขียวท่าเรือแลนด์มาร์ก ผสมผสาน “ลายฉลุมลายู-อุทยานโลก” ดีเดย์ตอกเสาเข็มปลายปีนี้ 


วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงพื้นที่ตำบลตันหยงโป อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล เพื่อติดตามการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือตันหยงโป โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล คณะผู้บริหารระดับสูงจากกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมสะท้อนความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐาน

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของจังหวัดสตูล ซึ่งอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติตะรุเตา หมู่เกาะอาดัง เกาะหลีเป๊ะ หรือเกาะไข่ กระทรวงคมนาคมจึงมุ่งมั่นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้เข้ากับตัวเมือง เพื่อแก้ปัญหาการท่องเที่ยวแบบกระจุกตัว และกระจายเม็ดเงินสู่ชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก และกลุ่มเรือนำเที่ยวท้องถิ่น

“วันนี้เราลงมาดูพื้นที่จริงเพื่อเตรียมความพร้อม เนื่องจากงบประมาณโครงการนี้ได้รับการจัดสรรไว้เรียบร้อยแล้ว เป้าหมายคือการทำให้ท่าเรือตันหยงโปเป็นทางเลือกใหม่ที่สำคัญ นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือเพื่อเดินทางไปยังหมู่เกาะต่างๆ ได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องเดินทางอ้อมไปขึ้นที่ท่าเรือปากบารา ช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกสบายได้เป็นอย่างมาก” นายพิพัฒน์ กล่าว

สำหรับรายละเอียดโครงการท่าเทียบเรือตันหยงโป กรมเจ้าท่าได้เตรียมตั้งงบประมาณประจำปี 2570 วงเงิน 30 ล้านบาท ในการพัฒนาสะพานท่าเทียบเรือที่มีความยาวไม่น้อยกว่า 150 เมตร โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การออกแบบปลายสะพานให้มีระดับน้ำลึกประมาณ 1 เมตรในช่วงที่น้ำลดต่ำสุด ซึ่งจะช่วยทลายข้อจำกัดเดิมๆ ทำให้เรือสปีดโบ๊ทสามารถเข้า-ออกและเทียบท่าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องจอดรอน้ำขึ้นอีกต่อไป

...

นอกจากนี้ รูปแบบสถาปัตยกรรมจะถูกดีไซน์ให้เป็น “แลนด์มาร์ก” แห่งใหม่ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่อย่างโดดเด่น ด้วยการผสมผสาน “ลายฉลุมลายู” วัฒนธรรมท้องถิ่น เข้ากับคุณค่าของ “อุทยานธรณีโลกสตูล” ผ่านลวดลายฟอสซิลแอมโมไนต์ โดยคาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาและเริ่มลงมือก่อสร้างได้ในช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงมกราคม 2570

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอนาคตท่าเรือตันหยงโปยังมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางเดินเรือเชื่อมต่อไปยังเกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ซึ่งจะช่วยเปิดตลาดท่องเที่ยวใหม่ ดึงดูดชาวมาเลเซียที่เดินทางผ่านด่านวังประจัน รวมถึงนักท่องเที่ยวจากจังหวัดสงขลาและพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ให้เข้ามาจับจ่ายใช้สอยในตัวเมืองสตูลเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังเตรียมแผนบูรณาการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางบกคู่ขนานไปด้วย โดยกำลังเร่งผลักดันเส้นทางบกสายใหม่จากอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ผ่านพื้นที่บาโรย ตรงเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางการเดินทางได้มากถึง 60 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ต้องอ้อมผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ รวมถึงการเร่งฟื้นฟูศักยภาพ "ท่าเรือตำมะลัง" หลังจากกรมเจ้าท่าขุดลอกร่องน้ำหน้าท่าลึก 3 เมตรเสร็จสิ้น โดยเตรียมเปิดฉากเจรจากับรัฐปะลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อเพิ่มกิจกรรมการเดินเรือระหว่างประเทศในเร็วๆ นี้