นายกฯ สั่งรื้อระบบการบริหารจัดการใหม่ สร้างฟลัดเวย์แก้น้ำท่วมถาวร ชี้คุ้มค่ากว่าเงินเยียวยาต้องละลายทิ้งปีละ 4 หมื่นล้าน
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการช่องทางระบายน้ำหลาก (Floodway) เพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมสั่งปรับแผนเร่งรัดงานก่อสร้างหลังเผชิญความล่าช้าจากหลายปัจจัยในช่วงที่ผ่านมา
นายกรัฐมนตรียอมรับว่า โครงการดังกล่าวล่าช้ากว่ากำหนดเนื่องจากปัจจัยแทรกซ้อนในอดีต ทั้งวิกฤตโควิด-19 อุทกภัย และผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่กระทบต่อผู้รับเหมา จนรัฐบาลต้องเยียวยาด้วยการขยายอายุสัญญาให้ แต่จากนี้ไปจะไม่มีการขยายเวลาเพิ่มเติมอีก และสั่งรื้อระบบการบริหารจัดการใหม่ หากโครงการช่วงแรกยังไม่เสร็จจนส่งผลกระทบต่อช่วงถัดไป ต้องเร่งจี้ให้เสร็จทันที
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า โครงการไหนที่สามารถทำเหลื่อมเวลาหรือคู่ขนาน (Overlap) กันได้โดยไม่กระทบโครงสร้างหลัก ให้สั่งลุยพร้อมกันทันทีเพื่อประหยัดเวลา เพราะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริหารจัดการน้ำระยะยาวมีความคุ้มค่ามากกว่าการตามเช็ดตามล้างด้วยงบเยียวยา เนื่องจากในแต่ละปีรัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณแผ่นดินสูงถึง 30,000 – 40,000 ล้านบาท ไปกับค่าชดเชยเยียวยาประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังเกิน 3 วัน
"หากเรานำงบประมาณเยียวยาที่ต้องจ่ายทิ้งไปทุกๆ ปี มาเปลี่ยนเป็นงบลงทุนในโครงสร้างการจัดการน้ำที่ถาวรและมั่นคง จะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้อย่างยั่งยืนมากกว่า" นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้าย