“อรรถวิชช์” ยื่น กมธ.การเงินฯ สภาผู้แทนราษฎร สอบผลสอบตึก สตง. ถล่ม มีเสียวอีก 2 ตึก กสทช.-กกพ. ไม่แคร์ ถูกร้องสอบจริยธรรม เผย ผลสอบของ “รัฐบาลแพทองธาร” ไม่ตรงกับผลสอบ ก.อุตฯ
เมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) แถลงที่รัฐสภา ว่า ตนได้ยื่นเรื่องให้คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ขอผลตรวจสอบกรณีตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่ม ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลการตรวจสอบของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ที่ตนมีในมือเพราะรายงานผลของคณะกรรมการชุดใหญ่ที่รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ตั้งขึ้นขณะนั้น ไม่ตรงกับรายงานที่ตนมีในขณะที่เป็นประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนั้น เป็นประเด็นที่ไม่ชอบมาพากล เพราะรายงานของทั้งสองหน่วยงานของรัฐไม่ตรงกัน จำเป็นต้องตรวจสอบเพื่อวางบรรทัดฐานที่ถูกต้อง เชื่อถือได้ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตึก สตง. ที่ถล่มมาปีกว่าแล้ว แต่ผลไม่ชัดเจน โดยรัฐบาลขณะนั้นระบุว่าสาเหตุเพราะการแก้แบบ ขณะที่ผลตรวจสอบเหล็กเส้นที่ใช้ก่อสร้างในที่เกิดเหตุ พบเหล็ก IF ที่ตรวจสอบจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (N-TECH) พบว่า เป็นเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือตกเกรด จากมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)
นายอรรถวิชช์ กล่าวต่อไปว่า เอกสารที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีเป็นหนังสือจากเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เป็นผลสอบที่ได้จากการตรวจเหล็กใต้ตึก สตง. เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 คือวันที่เข้าไปตรวจ ซึ่งเป็นการตรวจร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ หรือ N-TECH และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าร่วมสังเกตการณ์และร่วมทดสอบเหล็กด้วย ตัวอย่างถูกเก็บโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ของ สมอ. เก็บตัวอย่างจากสถานที่และนำไปตรวจที่สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ผลทดสอบพบว่า เหล็กไม่ได้มาตรฐาน นี่คือข้อมูลที่ตนมีในมือ และเป็นข้อมูลที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีเช่นเดียวกัน โดยตรวจสอบในแล็ปของสมาคมเหล็กฯ ที่ขออนุญาตเหล็กประเภท IF
...
“มีการตั้งคณะทำงานชุดใหญ่ที่ทำเนียบรัฐบาล นำโดย น.ส.แพทองธาร มีข้อสรุปว่าตึก สตง. ที่ถล่มนั้น กิดขึ้นจากแบบก่อสร้างและการก่อสร้าง ไม่ได้มีต้นเหตุมาจากเหล็กและปูน โดยอ้างว่ามีนักวิชาการจาก 4 มหาวิทยาลัยร่วมทำการตรวจด้วย จึงเกิดความสงสัยว่าเหตุใดจึงไม่เหมือนข้อมูลที่ตนและกระทรวงอุตสาหกรรมมี และไม่เหมือนผลที่ สมอ. ส่งไปยังสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม วันนี้ผมกลับมาทำหน้าที่ในสภาฯ จึงขอตรวจสอบเรื่องนี้ต่อให้กระจ่างชัด โดยได้ยื่นให้กับประธานคณะ กมธ.การเงินฯ สภาฯ แล้ว เพราะตึก สตง. ใช้งบฯ จากภาษีและเงินภาครัฐ เราจะพิสูจน์ตามหลักวิทยาศาสตร์ เพราะผลสอบของภาครัฐ ไม่ตรงกัน วันนี้ธุรกิจเหล็กภายในประเทศไทยมีเหล็ก IF กับ EAF ซึ่งเหล็ก IF เป็นเหล็กที่จีนไม่ใช้แล้ว แต่เอามาใช้ในบ้านเรา ซึ่งล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มีมติห้ามใช้เหล็ก IF ไปทำเหล็กข้ออ้อยที่ใช้สร้างอาคาร หรือตึกสูง แต่ให้ทำเป็นเหล็กกลมที่เป็นเหล็กทำพื้นแนวราบได้ ถือเป็นความกล้าหาญที่สุดที่ สมอ. ตัดสินใจทำเช่นนี้เพื่อความปลอดภัยของคนไทยและสาธารณะเราจึงต้องหาคำตอบว่า เหตุใดผลตรวจสอบจึงไม่ตรงกัน”
นายอรรถวิชช์ ยืนยันด้วยว่าทำอย่างถูกต้อง ตรงไปตรงมา การตรวจสอบของคณะ กมธ. การเงินฯ ครั้งนี้ไม่ได้ตรวจเฉพาะตึก สตง. แต่จะตรวจสอบตึกอื่นๆ ด้วย เช่น ตึกของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มูลค่า 618 ล้านบาท, ตึก กสทช. ที่มีมูลค่า 2,643 ล้านบาท แต่ก็ยังสร้างไม่เสร็จเสียที ตึกเหล่านี้ใช้เงินแผ่นดิน กมธ. มีหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อไป
เมื่อถามว่าล่าสุดวันนี้มีการร้องให้สอบจริยธรรม นายอรรถวิชช์ จากอดีต สส. นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ตนจึงออกมาทวงถามว่าที่ตึก สตง. ถล่ม มีคนเสียชีวิตกี่คน หลักฐานที่ท่านมี เหมือนกันหรือไม่ว่าเหล็กไม่ได้มาตรฐาน เหล็กข้ออ้อยนำมาสร้างตึกสูงเป็นมติจากบอร์ดคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ตนไม่ได้เป็นคนสั่งการเอง ถ้าการเป็น สส. แล้วต้องปิดปากเงียบในเรื่องที่มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ตนจะไม่เป็น และขอฝากถึงผู้ที่ร้องตนด้วยว่า ตนจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป และการจะร้องเรียนอะไรก็แล้วแต่ ควรต้องคิดถึงผู้เสียชีวิตจากตึก สตง. ถล่ม ด้วยว่า ความจริงคือความจริง เรากำลังสู้กับธุรกิจหมื่นล้านที่มีโรงงานเหล็ก IF ทั้งหมด 11 โรงงานในประเทศไทย ถ้าไม่สามารถทำเหล็กโครงสร้างให้มีมาตรฐานและคุณภาพได้เพราะนวัตกรรมมีปัญหา บริษัทเหล่านี้ต้องจ่ายเงินเท่าไร ตนจึงขอให้ทุกคนสนับสนุนมาตรฐานสินค้าเหล็กที่มีคุณภาพจริง ไม่ใช่เหล็กตกเกรด ที่ไม่มีคุณภาพ