“ลิซ่า ภคมน” ตั้งกระทู้สดบี้ทุจริตสอบท้องถิ่น ห่วงคณะกรรมการสอบสวนแหยงเอาผิด หลังคลิปเสียงว่อนภรรยาปลัดมหาดไทยถูกพาดพิง ด้าน รมช.มหาดไทย ขอให้รอฟังผลสอบ ยันพร้อมเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้สดถามของ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่สอบถามความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ภายหลังกระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการสอบจะไม่ช่วยเหลือกัน เพราะมีคลิปเสียงกล่าวหาภริยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตสอบ คณะกรรมการสอบสวนให้น้ำหนักการสอบอย่างไร ถ้าไปกระทบกับผู้ใกล้ชิดจะหยิบมาพิจารณาหรือไม่ และที่ผ่านมาได้เรียกเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบมาให้ข้อมูลครบถ้วนหรือยัง ในฐานะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย มองเห็นอะไรกับการทุจริตที่เกิดขึ้น และใครจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบการทุจริตครั้งนี้
จากนั้น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ชี้แจงแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า กระทรวงมหาดไทยตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ขณะนี้กระบวนการเรียกบุคคลมาชี้แจงเสร็จสิ้นแล้ว อยู่ระหว่างประมวลผลข้อมูล จะครบกำหนดผลสอบ 7 วัน ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ กรณีดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก มีรายชื่อผู้สอบ 3,000 กว่ารายชื่อ แต่จะเกี่ยวข้องไปถึงคนในกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ให้รอผลสอบวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ เรื่องคลิปเสียงต่างๆ คณะกรรมการฯ ไม่ได้ทอดทิ้ง บางเรื่องปล่อยมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ไม่ต้องกังวลกระบวนการสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูลหมดแล้ว หลักฐานต่างๆ อย่างเรื่องทีโออาร์ คณะกรรมการฯ โฟกัสอยู่แล้ว กรอบเวลา 7 วันจะทำให้ได้ข้อเท็จจริงเร็วและมากที่สุด แต่ต้องรอบคอบ ไม่กระทบผู้ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าจะให้เสร็จใน 7 วัน ขณะที่ข้อเท็จจริงยังไม่เรียบร้อยก็ต้องขอเวลาให้คณะกรรมการฯ ด้วย
...
นายวรศิษฎ์ ยังระบุด้วยว่า สิ่งที่สำคัญกว่ากรอบเวลาคือการวินิจฉัยไม่ให้ผิดพลาด ที่ต้องไปด้วยกันกับกรอบเวลา ที่ถามว่าเห็นอะไรกับการทุจริตที่เกิดขึ้น เรารับไม่ได้กับการทุจริต นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเรื่องนี้ สั่งเด็ดขาดเอาตัวคนผิดมาลงโทษและทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏ คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้คือคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม.