“โรม” ห่วงคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ถูกตัดตอน หลังการข่าวอาจไม่สั่งฟ้องคนสำคัญข้องคดี เผยค่ายโทรศัพท์ใหญ่ยอมรับเอง ส่งข้อมูลโทรศัพท์คืนละ 2 ล้านเลขหมาย ให้ตำรวจภาค 9 สงสัยใช้อำนาจอะไรไปขอ


วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ว่า อาวุธปืนที่ผู้ก่อเหตุใช้ยิงเป็นของ ทร. และตอนนี้กำลังมีข่าวว่ามีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนที่สำคัญมีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ขณะเดียวกันเรื่องนี้ยังกระทบกับเรื่องของการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของโอเปอเรเตอร์โทรศัพท์ค่ายใหญ่ค่ายหนึ่งที่ทุกคืนจะมีการส่งข้อมูล 2 ล้านเลขหมายให้กับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และจากการตรวจสอบของเราโดยรองผู้บัญชาการที่เป็นหัวโต๊ะของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ยังเข้าไม่ถึงข้อมูลนี้ แต่เอาข้อมูลของคน 2 ล้านคน ไปเก็บไว้ ด้วยหวังว่าจะใช้จัดการปัญหาความไม่สงบและปัญหาอาชญากรรมต่างๆ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีและตั้งข้อสังเกตอีกว่า 2 ล้านเลขหมาย ที่ขอด้วยอำนาจอะไร และจากการสอบข้อเท็จจริงที่ผ่านมาเป็นการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งฟังดูอาจจะทำได้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ทุกอำเภอซึ่งมีหกอำเภอเป็นอย่างน้อยที่ไม่ได้ประกาศคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน และยังมีการกล่าวอ้างว่ามีการใช้ประกาศของ กสทช. แต่ประกาศดังกล่าวก็กำหนดให้หมายเลขโทรศัพท์จะต้องเก็บไว้ที่ผู้ให้บริการเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัญหาว่าในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีปัญหามากมายหนึ่งในเรื่องที่เราจะต้องสะสางคือจะทำยังไงที่จะทำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติหน้าที่ตัวเองตามกฎหมายอย่างแท้จริงและจะต้องตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนายกมลศักดิ์ให้ได้ ซึ่งกรรมาธิการจะประชุมและลงรายละเอียดในเรื่องนี้อีกครั้ง

...

  นายรังสิมันต์ ยังกล่าวด้วยว่ามีความเป็นห่วงว่าคดีนี้จะถูกตัดตอนและจบโดยที่คนตัวเล็กถูกจับ แต่สิ่งที่เราต้องหาให้เจอคือใครอยู่เบื้องหลังเพราะ การจะเอาอาวุธปืนของกองทัพเรือไปใช้หากยังไม่สืบสาวจนพบความจริงก็จะกระทบกับความเชื่อมั่นและกระบวนการยุติธรรม ก็จะทำให้สถานการณ์ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก