“สส.กรวีร์” ชี้ งบฯ 70 เป็น “พ.ร.บ.งบประมาณแบบปรุงจืด” มีประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ แนะ ถ่ายทอดสดการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ เพื่อสร้างมิติใหม่ของความโปร่งใส
วันที่ 1 ก.ค. 2569 เมื่อเวลา 19.31 น. ที่อาคารรัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่รัฐบาลเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า งบประมาณฉบับนี้สะท้อนความพยายามของรัฐบาลในการใช้งบที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด
การพิจารณางบประมาณครั้งนี้อาจไม่เผ็ดร้อนเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา แต่เป็นการอภิปรายด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง จึงขอเรียกว่าเป็น “พ.ร.บ.งบประมาณแบบปรุงจืด” ที่มีประโยชน์ต่อการบริหารประเทศ เพราะช่วยให้คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานต่าง ๆ เห็นข้อเสนอแนะรอบด้าน
นายกรวีร์ กล่าวชื่นชมรัฐบาล และสำนักงบประมาณที่จัดทำข้อมูลงบประมาณในรูปแบบ Open Data ตามที่สภาเรียกร้องมาหลายปี โดยเพิ่งเกิดขึ้นในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถือเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลพร้อมให้ตรวจสอบ ไม่ห่วงภาพลักษณ์ตัวเอง และไม่กลัวการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ
นายกรวีร์ ระบุว่า รัฐบาลต้องจัดทำงบประมาณท่ามกลางวิกฤตรอบด้าน ทั้งความมั่นคงชายแดน ภัยธรรมชาติ ภูมิรัฐศาสตร์โลก สงครามตะวันออกกลาง วิกฤตพลังงาน และค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้งบประมาณปี 2570 ต้องวางโจทย์ใหม่บนหลักความคุ้มค่า โปร่งใส และจัดลำดับความสำคัญให้ชัด
หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการใช้หลัก Zero-Based Budgeting หรือการจัดทำงบประมาณแบบฐานศูนย์ ไม่ยึดติดกับงบปีเดิม โครงการใดจำเป็นต้องเดินหน้า โครงการใดรอได้ต้องชะลอ ส่วนโครงการซ้ำซ้อนหรือไม่ตอบโจทย์ต้องกล้าตัดออก
...
รัฐบาลพยายามลดการขาดดุลจาก 860,000 ล้านบาท หรือ 4.4% ของจีดีพี ในปี 2569 เหลือ 780,000 ล้านบาท หรือ 3.9% ของจีดีพี ในปี 2570 และตั้งเป้าให้ลดลงต่ำกว่า 600,000 ล้านบาทในปี 2572 เพื่อฟื้นวินัยการคลัง
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับความจริงว่า งบประมาณรวม 3.78 ล้านล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำถึง 73% หรือ 2.78 ล้านล้านบาท เหลืองบลงทุนเพียงกว่า 780,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 72,000 ล้านบาท สะท้อนอาการป่วยทางการคลังที่สะสมมาหลายรัฐบาล
นายกรวีร์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลชุดนี้กล้าหยิบปัญหาที่ซุกไว้ใต้พรมขึ้นมาวางบนโต๊ะ ยอมเจ็บในวันนี้เพื่อไม่ผลักภาระไปสู่อนาคต งบประมาณครั้งนี้จึงไม่ได้เขียนเพื่อประโยชน์พรรคการเมืองใด แต่ยึดความจำเป็นของประเทศ
หลักฐานสำคัญคือหน่วยงานที่ถูกปรับลดงบลงทุนมากที่สุด คือกระทรวงคมนาคม ลดลง 23,000 ล้านบาท และงบจังหวัด/กลุ่มจังหวัดของกระทรวงมหาดไทย ลดลง 22,000 ล้านบาท ทั้งสองส่วนอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทย จึงเป็นการยอมตัดเนื้อตัวเองเพื่อรักษาหลักการ
แม้งบลงทุนลดลง แต่รัฐบาลเตรียมใช้แหล่งเงินจากรัฐวิสาหกิจและ PPP อีกกว่า 337,000 ล้านบาท เปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้ลงทุนรายใหญ่ เป็นตัวเร่งให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมลงทุน สร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากกว่างบประมาณโดยตรง
ส่วนงบกลางกว่า 690,000 ล้านบาท ไม่ใช่เงินให้ฝ่ายบริหารใช้ตามอำเภอใจ แต่สะท้อนภาระจริงของประเทศ โดยเฉพาะเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ และเงินสมทบตามกฎหมาย ถึงเวลาแล้วที่สภาต้องร่วมกันทบทวนกฎหมาย และภาระระยะยาวของรัฐ
นายกรวีร์ กล่าวว่า สมาชิกพรรคภูมิใจไทย 54 คน ร่วมอภิปรายสนับสนุนและเสนอแนะใน 5 ด้าน ทั้งปากท้องประชาชน ความมั่นคง คุณภาพชีวิต ระบบน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อผลักดันนโยบายที่หาเสียงไว้ให้เกิดขึ้นจริง
ในช่วงท้าย นายกรวีร์ ได้มีการเสนอให้กรรมาธิการตรวจสอบงบประมาณอย่างเข้มข้น ตัดส่วนเกินให้เงินส่งถึงประชาชน และควรถ่ายทอดสดการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ เพื่อสร้างมิติใหม่ของความโปร่งใส พร้อมย้ำว่างบปี 2570 คือ ไทยช่วยไทย ไม่ใช่งบช่วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นงบเพื่อคนตัวเล็ก ผู้สูงอายุ เยาวชน และอนาคตการคลังของประเทศ