“อัครแสนคีรี” สส.กล้าธรรม หายงง รัฐบาลจัดงบประมาณ 2570 แต่ยังเชื่อคำชี้แจงแค่ 50:50 เตือนจัดงบเปลี่ยนถ่ายพลังงาน ฝนตกให้ทั่วฟ้า ต้องกระจายอย่ากระจุก


เมื่อเวลา 19.30 น. ที่อาคารรัฐสภา นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ พรรคกล้าธรรม อภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ว่า ตนและพี่น้องสมาชิกพรรคกล้าธรรม ต้องการเห็นชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย โดยเฉพาะคนฐานราก เกษตรกร ได้รับโอกาส ยกระดับฐานะความเป็นอยู่ หลังฟังคำชี้แจงจากฟากรัฐบาล ตอนแรกที่ยังไม่ได้ฟัง ก็งงกับการจัดทำงบประมาณปี 70 ครั้งนี้ ทั้งงบพัฒนาจังหวัด งบเกษตร พัฒนาแหล่งน้ำ งบหลายส่วนรอบนี้ถูกตัดลดทอน ทั้งที่เป็นความต้องการ หลายเรื่องที่พี่น้องประชาชน เสนอเข้ามา 

แต่พอได้ฟังคำชี้แจงจากฟากรัฐบาล โดยเฉพาะ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็พยายามมองในแง่บวก เห็นถึงความพยายามในการจัดทำ Zero budgeting ก็เข้าใจและเห็นด้วยไม่เช่นนั้น ประเทศก็จะจัดงบแบบเดิม งบตั้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เหมือนกับการตั้งงบมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้เน้นแก้แบบเชิงรุก ไม่ตอบโจทย์บริบทที่แปรเปลี่ยนสภาพตลอดเวลา ทั้งภัยแล้ง และซุปเปอร์เอลนีโญ

ตนอยากเสนอรัฐบาลจัดลำดับ ความสำคัญของการใช้งบกลาง ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะงบสำหรับการรับมือวิกฤตภัยแล้ง ที่กำลังเกิดขึ้นและจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ซึ่งวันนี้เราอยู่ในช่วงฝนทิ้งช่วง หลายหน่วยงานออกมาวิเคราะห์ ว่าเราอาจจะเป็นซูเปอร์เอลนีโญ หรือพูดง่าย ๆ คือซูเปอร์แล้ง หรือซูเปอร์ท่วม ผลกระทบคงหนีไม่พ้นเกษตรกร ดังนั้น งบกลาง ควรถูกนำมาใช้เพื่อเชิงรุก ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วเข้าไปเยียวยา

...

สิ่งแรก เร่งแก้ไขน้ำอุปโภคบริโภค เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีน้ำประปาที่สะอาดและเพียงพอ ทั้งเมืองและชนบท รวมถึงการเพิ่มแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร ทั้งในและนอกเขตกรมชลประทาน ให้เกษตรกรสามารถรับมือกับฝนทิ้งช่วงได้ รวมถึงสนับสนุนการปฏิบัติงานกรมฝนหลวง การบินเกษตร ที่เป็นความหวังของประชาชนจำนวนมาก ทุกบาทที่ลงทุนไป เพื่อป้องกันและเตรียมความพร้อมในวันนี้ จะช่วยลดความเสียหายจากภัยแล้ง อุทกภัย มากกว่าการใช้งบเยียวยาหลังเกิดเหตุหลายเท่าตัว

อยากฝากรัฐบาล สำรวจรังวัดที่ดิน เป็นรากฐานของการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชน รวมถึงแนวเขตทับซ้อนที่ดินรัฐ ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นภารกิจของกรมที่ดิน ส.ป.ก. หรือหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพย์ ต่างมีคำขอให้รังวัดแนวเขตที่ดิน สะสมเป็นจำนวนมาก ประชาชนจำนวนไม่น้อยรอการดำเนินการหลายปีแล้ว ยิ่งรัฐบาลพยายามผลักดันโครงการ One Map หรือโครงการ ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ กลไกสำคัญแก้ไขพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐ สร้างความชัดเจนในสิทธิที่ดินให้กับประชาชน ยิ่งจำเป็นจะต้องเร่งรัด เพราะปัจจุบันยังล่าช้า ติดขัดข้อจำกัด งบประมาณ บุคลากร และข้อกฎหมาย ระเบียบไม่เปิดโอกาสให้ นำหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญภายนอกเข้ามาช่วยสนับสนุนการรังวัดได้ ทำให้ศักยภาพไม่เพียงพอต่อปริมาณ จึงอยากให้รัฐบาลพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติม

“โดยสรุป สมาชิกพรรคกล้าธรรม เริ่มหายงง กับการจัดงบประมาณ ครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่เชื่อในคำชี้แจง 100% ตอนนี้เชื่ออยู่ 50:50 หัวหน้าพรรคของตน ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ท่านฝากบอกมาว่า ตอนนี้ยังไม่ค่อยอยากเป็นคนเชื่อคนง่ายเท่าไหร่ และยังฝากบอกอีกว่า งบประมาณก็ขอให้ใช้อย่างคุ้มค่า งบกลาง งบกระตุ้นเศรษฐกิจ งบเปลี่ยนถ่ายพลังงานอะไรก็แล้วแต่ ขอให้อย่ากระจุก กระจายอย่างทั่วถึง ฝนตกให้ทั่วฟ้า ถึงแม้ยังมีข้อสงสัยในรายละเอียดงบประมาณ ก็ขอให้สภาฯ และกรรมาธิการช่วยปรับปรุง ให้ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชนได้ดียิ่งขึ้น”