“สาทิตย์” ชำแหละงบฯ หาเช้ากินค่ำ ภาษีประชาชนแค่ “งบฯ ประจำ” ชี้ หนี้สาธารณะชาติชนเพดาน บวกหนี้ครัวเรือนไทย ลำดับ 7 ของโลก แนะรัฐเร่งทำ 5 ข้อ พร้อมร่วมแก้ อย่าแค่วาทกรรม แล้วกู้มาแจกแบบเดิม


เมื่อเวลา 14.25 น.  วันที่ 1 ก.ค. 2569  ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3  นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายว่า การพิจารณางบฯ ปี 70 เป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่มีรัฐมนตรีแกนนำของรัฐบาลที่กำกับดูแลการจัดสรรงบประมาณ ยอมรับกับสภาฯนี้ว่า โครงสร้างงบประมาณแบบนี้ อีก 2-3 ปี ประเทศไปไม่ได้แน่ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประเทศได้  หลังฝ่ายค้านหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า รัฐบาลชุดนี้ทำงบฯ หาเช้ากินค่ำที่ไร้อนาคต ความหมายว่า ประเทศนี้หารายได้มาใน 1 ปี ก็ใช้จ่ายเป็นงบฯประจำทั้งหมด ไม่มีเงินพอลงทุน จนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน และกู้ไปแล้วใกล้เต็มเพดานที่กู้ได้  จนหนี้สาธารณะท่วมประเทศ มีภาระทั้งดอกเบี้ย และเงินต้นที่ต้องจ่ายมากมาย ประชาชนตกในฐานะผู้จ่ายภาษีที่ต้องทำงานด้วยความยากลำบาก ตื่นเช้าขับรถออกไปทำงานหาเงินมาเติมน้ำมันที่แพงเกินจริง แล้วก็ไปทำงานหาเงินมาจ่ายภาษีให้รัฐบาล ภาษีทุกบาททุกสตางค์ ขณะที่หนี้ภาคครัวเรือนก็ท่วมหัวประชาชนแทบทุกครัวเรือนจนน่าตกใจมาก ซึ่งคิดเป็น 91 เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสากลที่อยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์  มีคนไทยเป็นหนี้กว่า 25.5 ล้านคน มากกว่า 1 ใน 3 ของคนไทยที่มีหนี้ 


...

“จากข้อมูลสถิติปี 2566 คนไทยเป็นหนี้เฉลี่ย 3.3 บัญชีต่อคน เช่น คนไทย 1 คนเป็นหนี้บัตรเครดิต 2 ใบ เป็นหนี้รถยนต์ 1 ใบ ซึ่งน่ากังวลมาก จะกลายเป็นปัญหาทับซ้อนสู่ปัญหาโครงสร้างงบประมาณต่อไปในอนาคต เพราะหนี้ครัวเรือนของไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ต้นๆ ของโลก จากการสำรวจปีล่าสุดไทยอยู่ลำดับ 7 ของโลก ทั้งภาระหนี้ประเทศที่ท่วม, หนี้ครัวเรือนที่ท่วมบ้านชาวบ้านจะซ้ำเติมปัญหาโครงสร้างของงบประมาณ ผมชื่นชมรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับว่า โครงสร้างงบฯ มีปัญหา จะทำอย่างไรให้สิ่งที่ท่านพูด ไม่เป็นแค่วาทกรรมในสภาฯ  ผมถือว่าเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ทั้งสภาฯ และรัฐบาล ต้องแก้ไขไปด้วยกัน ทำอย่างไรให้โจทย์นี้ไม่ใช่เป็นแค่วาทกรรมที่จบหลังจากโหวตผ่านงบประมาณไปแล้ว แล้วปีหน้าก็ทำงบฯแบบนี้เหมือนเดิมอีก” นายสาทิตย์ กล่าว


นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า ตนมี 5 ข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ  1.รัฐบาลต้องหยุดกู้มาแจก หยุดสร้างความเข้าใจผิดว่า เงินที่กู้ทั้งหลายไม่ใช่ภาระประชาชน โดยเฉพาะเงินกู้ 4 แสนล้านที่รัฐบาลออกมาเป็นพ.ร.ก.มีดอกเบี้ย 1.2 เปอร์เซ็นต์ หรือ 4,200 ล้านบาทต่อปี  เราต้องตั้งงบประมาณที่มาจากเงินภาษีประชาชนในการที่ต้องไปจ่ายทั้งต้นทั้งดอก ต้องบอกความจริงประชาชนว่า เงินกู้มีต้นทุน เป็นภาระที่ประชาชนต้องแบกรับและจ่ายหนี้  2.รัฐบาลต้องพูดความจริงกับประชาชนว่า ฐานะของประเทศขณะนี้เป็นอย่างไร 3.ต้องหยุดแสดงความรวยเกินฐานะประเทศ  เพราะประเทศเราไม่ได้รวยเหมือนฐานะนายกรัฐมนตรี  เราต้องเริ่มปรับปรุงโครงสร้างการทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี   4. จะทำอย่างไรให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น และ 5. รัฐบาลต้องมีมาตรการปิดช่อง โดยเฉพาะการจัดการการทุจริตคอร์รัปชันกับเงินงบประมาณของรัฐบาลอย่างเด็ดขาด เพราะถือเป็นช่องโหว่ที่ใหญ่สุด ทั้งเงินทอน,เงินใต้โต๊ะ ที่ผ่านมามีการเปิดโปง มีห้องอนุฯ งบประมาณบางห้องที่เปิดให้มีการต่อรอง งบประมาณรายปี มีผู้ได้รับผลประโยชน์เข้าไปเกี่ยวพันกับการจัดสรรงบฯ ในห้องที่อยู่ใกล้กับห้องพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี   ซึ่งปีนี้และปีต่อไปต้องไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก พรรคประชาธิปัตย์ เราพร้อมสนับสนุนให้ความรู้ และประสบการณ์ เพราะเป็นเรื่องของประเทศ แต่หากยังเดินหน้าต่อแบบนี้ จบงบประมาณนี้ทุกอย่างกลับก็กลับไปเหมือนเดิม ประเทศนี้ไร้อนาคตแน่นอน