พรรคประชาชน ไม่ให้ผ่านร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 จ่อลงมติไม่เห็นชอบ ชี้ ใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น รอขยี้ชั้น กมธ. รับเสียดาย รมว.ดิจิทัลฯ ไม่มาตอบในสภาฯ ได้งบประมาณ AI เพิ่มมากขนาดนี้
วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุว่า จากการหารือร่วมกันภายในพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีความเห็นไปในทิศทางว่าไม่สามารถยอมรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยแต่ละพรรคจะไปหารือกันภายในเพื่อกำหนดทิศทางว่าจะลงมติไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียง ขณะที่พรรคประชาชนเองยืนยันว่าจะลงมติไม่เห็นชอบ
ทางด้าน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า การอภิปรายทำให้เห็นว่าแผลเรื้อรังการคลังที่ไม่ถูกแก้ไข และรัฐบาลเองก็ออกมายอมรับว่าเป็นปัญหาตามที่ฝ่ายค้านพูด ก็จริงอยู่ แต่พอดูเนื้อในของงบประมาณแล้ว พบว่าปัญหาที่เรื้อรังทำให้งบประมาณทุกกระทรวง ทุกหน่วยงานถูกตัดลดลงกันถ้วนหน้า ซึ่งยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน เราเห็นการปรับลดงบประมาณเรื่องสวัสดิการที่จะช่วยเหลือประชาชนหลายตัว แต่เรากลับเห็นว่างบประมาณครุภัณฑ์ คอมพิวเตอร์ และดิจิทัลกลับเพิ่มขึ้น
พร้อมยกตัวอย่างการปรับลดงบประมาณการวิจัยและพัฒนาประเทศผ่านกองทุนลดลงราว 30% เป็นการส่งสัญญาณไม่ดีเลยว่าประเทศนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการวิจัยและการพัฒนาประเทศ แม้งบส่วนสาธารณสุขเพิ่มขึ้นจริงอยู่ แต่งบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เพิ่มขึ้นก็ไม่เพียงพอต่อการรองรับสวัสดิการที่เราต้องจ่ายในอนาคต สำหรับงบจังหวัดที่ถูกปรับลดลงไปเกิน 20,000 ล้านบาท แต่งบกระจายอำนาจจริงๆ ท้องถิ่นกลับได้เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยแค่ 7,000 ล้านบาท
...
นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อไปว่า 3 วันมานี้เรายังไม่ได้รับคำตอบชี้แจงใดจากรัฐมนตรีว่าทำไมถึงเลือกให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ แบบนี้ ทั้งที่มีข้อกังขาเต็มไปหมด และคำถามก็ไม่ได้มาจาก สส.ฝ่ายค้านเพียงอย่างเดียว แต่ สส.ฝ่ายรัฐบาลที่เขาแอบตกใจว่าทำไมมีงบประมาณหลายตัวถูกตัดไปมาก บางโครงการถูกเอาออกไปเลย ยกเลิกโครงการไปเลย รัฐมนตรีไม่ได้ให้คำตอบกับพวกเขาแต่อย่างใดว่าทำไมจึงทำอย่างนี้ จึงรู้สึกว่าเป็นข้อกังขาว่าสุดท้ายแล้วงบประมาณที่มีอยู่กลับไม่ได้ถูกลำดับความสำคัญเป็นอย่างดีว่าจะให้ความสำคัญเรื่องใดก่อนหลัง ทำให้เรื่องสำคัญไม่ได้งบประมาณเพิ่มขึ้นแต่กลับถูกปรับลดลง เรื่องที่เราคิดว่าอาจจะยังไม่จำเป็นในเวลานี้กลับได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้น จึงทำให้เราไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้
ส่วนความคาดหวังในชั้น กมธ. จะมีการปรับลดอย่างไร นางสาวศิริกัญญา ระบุว่า เราคาดหวังรัฐบาลว่าจะให้รายละเอียดไส้ในของแต่ละโครงการ ก็เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการในการเจาะลึกว่าทำไมโครงการนั้นๆ ถึงถูกลดหรือเพิ่ม และแม้ว่าจะถูกปรับลดอยู่แล้วแต่เรายังหาไขมันในการปรับลดอีกได้ เพราะเชื่อว่ามีอีกหลายเรื่องที่ต้องได้รับความสำคัญ อย่างสวัสดิการเด็กแรกเกิด ก็ถูกปรับลด 500 ล้านบาท แม้เด็กเกิดน้อยลงแต่ไม่มีการปรับเกณฑ์เพื่อทำให้ถ้วนหน้าได้
อย่างไรก็ตาม การอภิปรายรอบนี้เราไม่ได้ดุเดือดขนาดนั้น ตั้งคำถามอย่างเป็นเหตุเป็นผลและคาดหวังว่ารัฐมนตรีจะใช้เหตุผลในการปรับปรุงเหมือนกัน แต่เราไม่ได้เห็นว่ารัฐมนตรีจะสามารถชี้แจงได้อย่างตรงไปตรงมาเลย จึงทำให้ชวนคิดเหมือนกันว่าตกลงใครกันแน่เป็นคนจัดงบ ถ้ารัฐมนตรีไม่รู้อะไรเกิดขึ้นกับงบประมาณกระทรวงตนเองถือว่าเป็นปัญหา จึงไม่รู้จะให้คะแนนอย่างไรดี ทำไมถึงไม่รู้ในกระทรวงที่ตัวเองรับผิดชอบ ยกตัวอย่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ยังไม่ได้ลุกขึ้นมาตอบ แต่ก็ยังคาดหวังว่าจะได้รับคำตอบ เพราะมีโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI ค่อนข้างมาก และอยากฟังว่าระบบคลาวด์ 5,000 ล้านบาท สมเหตุสมผล คุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาที่งบทุกอย่างถูกตัดไปหรือไม่.