อภิปรายงบปี 70 : “ภราดร” แจงลดงบจังหวัด แก้ปัญหาการใช้งบซ้ำซ้อน ชี้ ต้องใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจพื้นที่ ไม่ใช่สร้างถนนหรือแหล่งน้ำ ย้ำ รัฐบาลไม่ใช้ระบบจัดสรรงบตามความใกล้ชิด-อิทธิพลทางการเมือง


เมื่อเวลา 18.04 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลสำนักงบประมาณ ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ถึงกรณีการปรับลดงบประมาณจังหวัด ว่า การลดงบจังหวัดไม่ได้มีเป้าหมายลดการพัฒนาพื้นที่ แต่ต้องการให้จังหวัดใช้งบตามวัตถุประสงค์ ใช้วางยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างโครงการขนาดใหญ่ที่ดึงเม็ดเงินเข้าสู่จังหวัด ไม่ใช่นำไปใช้ในภารกิจที่ซ้ำซ้อน เช่น การสร้างหรือซ่อมถนน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท โครงการแหล่งน้ำเป็นหน้าที่ของกรมชลประทาน 

ขณะที่โครงการเร่งด่วนกลับไม่ถูกใส่เอาไว้ในอันดับต้นๆ ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่กลับไปซุกที่งบจังหวัด จึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน โดยคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด (กนบ.) เพื่อป้องกันการใช้งบซ้ำซ้อน และให้แต่ละหน่วยงานจัดลำดับความสำคัญของโครงการเอง

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า งบจังหวัดควรนำไปใช้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ และยกระดับเศรษฐกิจในพื้นที่ ไม่ใช่นำไปอ้างเพื่อสร้างถนนหรือติดตั้งไฟโซลาร์เซลล์จนผิดวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลตัดลดงบจังหวัดหลายหมื่นล้านบาท แม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด แต่รัฐบาลยืนยันเดินหน้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

...

ขณะเดียวกัน นายภราดร ยังกล่าวถึงประเด็นการกระจายอำนาจ ว่า การเพิ่มงบจังหวัดไม่ใช่การกระจายอำนาจ เพราะอำนาจยังอยู่ที่ส่วนกลาง การกระจายอำนาจที่แท้จริงต้องส่งงบประมาณลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยปีนี้แม้งบประมาณภาพรวมมีข้อจำกัด แต่รัฐบาลยังเพิ่มสัดส่วนงบให้ อปท. และจัดสรรใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น ทั้งนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีรายได้และเงินสะสมมากจะได้รับงบอุดหนุนเฉพาะกิจลดลง ขณะที่เทศบาลตำบลและท้องถิ่นขนาดเล็กได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น เพื่อกระจายเม็ดเงินอย่างทั่วถึง ย้ำว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ระบบจัดสรรงบประมาณตามความใกล้ชิดหรืออิทธิพลทางการเมือง แต่ยึดหลักความเป็นธรรมเป็นสำคัญ.