“กุลวลี” ชงรัฐหาทางบริหารจัดการโรงแรม รีสอร์ต รุกที่ จ.ภูเก็ต จัดเก็บรายได้ดึงเงินเข้ารัฐ แทนทุบทิ้งสร้างมลพิษ


วันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนขออภิปรายสนับสนุนร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ในเรื่องลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เน็ทซีโร่ ในมุมใกล้ตัวของประชาชนมากที่สุดคือ อากาศที่เราหายใจและโลกที่จะส่งต่อให้กับลูกหลาน โดยพยายามลดก๊าซเรือนกระจก มุ่งสู่เน็ทซีโร่ ( ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาเท่าไร ดูดกลับคืนได้เท่านั้น ) จากการตรวจสอบงบประมาณฯ 70 พบว่า มีงบที่ลดก๊าซเรือนกระจกได้จริงรวม 4,799 ล้านบาท แบ่งเป็นงบฯ ที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้โดยตรง 4,701 ล้านบาท และที่เป็นพื้นฐานต่อยอดได้อีก 2,798 ล้านบาท ส่วนใหญ่ไปลงที่การส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้า EV การเพิ่มพื้นที่ป่าบก ป่าชายเลน และเกษตรคาร์บอนต่ำ อีกทั้งเป็นงบฯ ลงทุนที่สร้างสินทรัพย์จริง และดึงเอกชนมาต่อยอดสอดรับกับนโยบายขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ


น.ส.กุลวลี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีบทเรียนจากภูเก็ตซึ่งเมื่อวันที่ 26-27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ที่ดินฯ ลงพื้นที่พบมีโรงแรม รีสอร์ต หลายแห่งก่อสร้างรุกที่ป่าสงวน ที่อุทยาน และมีคำสั่งศาลถึงที่สุดให้รื้อถอน แต่การรื้อถอนและเศษจากสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะมีการปล่อยคาร์บอนมากกว่าการสร้างใหม่ถึง 13 เท่า คิดว่า จะดีกว่าหรือไม่ หากรัฐบาลนำสิ่งก่อสร้างเหล่านี้มาหาแนวทางบริหารสินทรัพย์เพื่อจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เศรษฐกิจเมืองท่องเที่ยวของภูเก็ตเดินต่อได้ไม่สะดุด ซึ่งประเด็นนี้ตนจะนำไปศึกษาต่อในคณะกรรมาธิการที่ดินที่ตนเป็นประธาน


น.ส.กุลวลี กล่าวต่อว่า ส่วนการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งองค์การจัดการน้ำเสีย (อจน.) มีงบฯ จัดการน้ำเสียทั่วประเทศ ราวๆ 1,674 ล้านบาท ได้ปรับปรุงระบบน้ำเสียรวมเมืองราชบุรี มีการก่อสร้างระบบหอสูงเพื่อจ่ายน้ำที่ผ่านการบำบัดเรียบร้อยแล้วส่งให้กับเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว เกษตรกรที่ทำนา ที่มีที่ติดกับบ่อบำบัดน้ำเสียแห่งนี้ โดยใช้ระบบส่งน้ำแบบ Gravity หรือแรงโน้มถ่วง เป็นการลดค่าใช้จ่ายการส่งน้ำของเกษตรกรหลายร้อยไร่ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลคูบัว อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี และเป็นการนำน้ำที่บำบัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

...


“คิดว่า แทนที่จะปล่อยให้บ่อบำบัดน้ำเสียทุกแห่งทั่วประเทศที่ อจน.สร้างขึ้นปล่อยก๊าซมีเทน ที่ทำให้โลกร้อนมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์เกือบ 30 เท่า ทิ้งไปเฉยๆ จึงเสนอให้ อจน. ต่อยอด ติดตั้งระบบ ดักจับก๊าซชีวภาพ ที่บ่อบำบัดน้ำเสียทั่วประเทศ นำร่องที่ราชบุรีก็ได้ เพื่อยกระดับเป็นไบโอมีเทนหรือผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือผลิตเป็นน้ำมันเครื่องบิน ได้กำไร 3 ต่อ คือ ลดก๊าซมีเทนโดยตรง ทดแทนการซื้อไฟ ซื้อก๊าซ และสร้างรายได้กลับคืนสู่ท้องถิ่น เป็นการพลิกของเสียให้เป็นพลังงานโดยไม่เพิ่มภาระการคลัง” น.ส.กุลวลี กล่าว