“โรม” ประธาน กมธ.กฎหมายฯ รับหนังสือเลขาธิการ ส.ต.ป. ขอให้ตรวจสอบการทุจริตและการกระทำความผิดกฎหมายในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 พร้อมหามาตรการป้องกันอย่างยั่งยืน
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน รับหนังสือขอให้ตรวจสอบการทุจริตและการกระทำความผิดกฎหมายในการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2567-2569 จาก นายพิชัย พิทักษ์ เลขาธิการสมาคมส่งเสริมการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐภาคประชาชน (ส.ต.ป.) ประเด็นนี้สืบเนื่องมาตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งทาง ส.ต.ป. ได้ติดตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเปิดรับสมัครตั้งแต่ปี 2567 และต่อมามีการยื่นคัดค้านจากหลายฝ่าย อีกทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ได้ขอให้ชะลอโครงการ เนื่องจากมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินตั้งแต่ปี 2567
ต่อมาในปี 2568 ได้เกิดประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างขอบเขตของงาน (TOR) โดยมีการร้องเรียนว่า TOR ขาดความโปร่งใส และมีการคัดค้านจากผู้เข้าร่วมประมูล ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จากรัฐบาลที่มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี มาสู่รัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งได้มีการประกาศผู้ชนะการประกวดราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) ทั้งนี้ มีประเด็นข้อสังเกตที่ขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบ ดังนี้
ประเด็นที่ 1 การกำหนด TOR อาจมีช่องว่างที่เอื้อต่อการทุจริต โดยคณะกรรมการกำหนด TOR มีความเชื่อมโยงกับคณะกรรมการผู้ออกข้อสอบของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความรับผิดชอบระหว่างผู้ว่าจ้าง คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) และผู้รับจ้างคือ มศว
...
ข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายหลัง คือ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้เข้าจับกุมผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่บางบัวทอง และตรวจพบกระดาษคำตอบประมาณ 3,000 แผ่น ซึ่งกระดาษคำตอบดังกล่าวเชื่อมโยงกับข้อมูลที่จัดเก็บอยู่ในแฟลชไดรฟ์ อันอาจสะท้อนถึงปัญหาในการกำหนด TOR ตั้งแต่ต้น ก่อนหน้านี้ ส.ต.ป. เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไว้ แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ กระทั่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้เกี่ยวข้อง จึงปรากฏข้อเท็จจริงสอดคล้องกับข้อร้องเรียนที่ ส.ต.ป. เคยเสนอไว้ จึงขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวอย่างละเอียด
ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 แม้การกระทำอาจมิใช่การกระทำโดยเจตนาโดยตรง แต่อาจเข้าข่ายความประมาท เลินเล่อ หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่อง จนก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาครัฐ ผู้มีอำนาจกำกับดูแล ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้างและประกาศผู้ชนะการประกวดราคา ทั้งนี้ พบข้อสังเกตสำคัญ 2 ประการ ได้แก่
1. มีการขยายระยะเวลาในการแก้ไขโปรแกรมจาก 48 ชั่วโมง เป็น 15 วัน จึงมีข้อสงสัยว่าการขยายระยะเวลาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร
2. ใน TOR กำหนดให้จัดเก็บข้อมูลใน 2 รูปแบบ ได้แก่ ไฟล์ภาพ (JPEG) และไฟล์ PDF พร้อมกำหนดให้จัดเก็บไว้ในแฟลชไดรฟ์ แต่ไม่ได้ระบุให้มีการเข้ารหัสหรือกำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล จึงเกิดข้อสงสัยว่าความรับผิดชอบควรตกอยู่กับผู้ใด เมื่อแฟลชไดรฟ์ดังกล่าวไปปรากฏอยู่ในสำนักงานของบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งตำรวจเข้าตรวจค้นและพบว่ามีการพิมพ์ข้อสอบออกมากว่า 3,000 ชุด
ประเด็นที่ 3 ขอให้ติดตามตรวจสอบนายพิชิต ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทในอำเภอวิเชียรบุรี เนื่องจากแฟลชไดรฟ์หรือฮาร์ดดิสก์แบบพกพาที่ใช้จัดเก็บข้อมูล จะสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อมูลดังกล่าวถูกคัดลอกมาจากแหล่งใด ส.ต.ป. ตั้งข้อสังเกตว่าไฟล์ดังกล่าวเป็นไฟล์นามสกุล LTSC ซึ่งไม่ใช่ไฟล์ที่ใช้งานทั่วไป เช่น Microsoft Excel แต่เป็นไฟล์ที่ใช้ภายในองค์กร โดยหน่วยงานที่มีศักยภาพในการใช้ไฟล์ประเภทดังกล่าว ได้แก่ หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น มศว และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประเด็นนี้จึงอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่นำไปสู่การพิสูจน์ว่า ผู้ใดเป็นผู้นำไฟล์ดังกล่าวออกมา อีกประเด็นคือ ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด โดยขอให้คณะกรรมาธิการประสานงานร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อเร่งดำเนินการอายัดทรัพย์สิน ก่อนที่จะมีการโยกย้าย ซุกซ่อน หรือฟอกเงิน ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และไม่สามารถติดตามทรัพย์สินกลับคืนมาได้
ทางด้าน นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ปมปัญหาที่มีการทุจริตในการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นประจำปี 2567 - 2569 ซึ่งเป็นประเด็นที่เป็นข่าวปรากฏในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรื่องนี้เราคงได้เห็นร่องรอยกันมามากพอสมควร ในวันนี้ผู้ร้องโดย ส.ต.ป. ได้ยื่นหนังสือให้กับทาง กมธ. เพื่อให้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป ถ้าเป็นไปอย่างที่ผู้ร้องว่า ทั้งเรื่อง TOR และเรื่องแฟลชไดรฟ์ เกิดคำถามว่าตกลงแล้วการจัดสอบที่มีความสำคัญและเกี่ยวพันกับคนจำนวนมากไม่ใช่แค่คนเดียวแต่เป็นถึงระบบราชการด้วย มีมาตรฐานอยู่ตรงไหน ที่สำคัญคงจะต้องตามหาว่ามาตรฐานที่ไม่มี หรือมีอย่างจำกัด จนทำให้เกิดปัญหาเกิดความผิดพลาดในลักษณะเช่นนี้ ต้องมีผู้รับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่เกิดขึ้นจะยังรวมถึงผู้บริหารระดับสูงที่มีอำนาจในการกำกับดูแลสิ่งเหล่านี้ด้วยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่สังคมสงสัย ซึ่งทาง กมธ. จะรับเรื่องร้องเรียนเพื่อบรรจุเข้าสู่การพิจารณาในชั้น กมธ.
สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้มีคำถามอีกเช่นกันว่า การสอบอื่นๆ ที่ผ่านมามีเรื่องทุจริตหรือเปล่า เบื้องต้น กมธ. ได้มีการตรวจสอบพบว่า มีข่าวสารเรื่องการทุจริตสอบจริง และมีการกล่าวหาว่ามีผู้กระทำผิด และหลายครั้งจบลงที่การย้าย เมื่อย้ายเสร็จวันเวลาผ่านไปก็กลับมา เรายังไม่ได้มีบทลงโทษอย่างชัดเจน กมธ. จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ซึ่งหนึ่งจากประสบการณ์ที่ทำงานมาพบว่า เมื่อมีการทุจริต คดีทุจริตเป็นคดีมูลฐานอาจจะเข้าฐานความผิดอื่นๆ ด้วย ซึ่งเป็นคดีมูลฐานเช่นเดียวกัน การตามอายัดทรัพย์สินเป็นการทำลายแรงจูงใจที่สำคัญในระยะยาวต่อผู้กระทำความผิดในลักษณะเช่นนี้ มาตรการอายัดทรัพย์สินเป็นมาตรการที่ได้ผล
ดังนั้น เรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่จะติดตามอย่างจริงจังต่อไป เชื่อว่าจะมี สส. หรือหลาย กมธ. ที่ให้ความสนใจเช่นเดียวกัน วันนี้ต้องตั้งคำถามดังๆ ความผิดจะอยู่เฉพาะที่ฝ่ายประจำหรือฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ไม่ว่าอย่างไรต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาตัดสินว่ามีความผิด โดย กมธ. จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ รวมถึงข้าราชการฝ่ายการเมืองที่มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลมาพูดคุยกัน เพื่อหาแนวทางป้องกันในระยะยาว.