“ทรงศักดิ์” รองนายกฯ ส่งทนายแจ้งความเอาผิด “ส้ม-กิจ-บังแจ็ค” ปมคลิปเสียงโยงโกงสอบท้องถิ่น อ้างมีหลักฐานเชื่อมโยงขบวนการกว่า 80% ชี้ใส่ร้ายหวังดิสเครดิตการเมือง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบอำนาจให้นายทิวา การกระสัง ทนายความ เดินทางเข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.ท.ชัยรัตน์ ธรรมสีหา สว. (สอบสวน) สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลในคลิปเสียง คือ “ส้ม-กิจ” น.ส.กานดาภร มณีปุณยากุล หรือส้ม นายพงศกรณ์ เสาร์ทน หรือกิจ และผู้เผยแพร่ คือ “บังแจ็ค” รวมทั้งสิ้น 3 คน ข้อหาร่วมกันหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ และร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีมีการเผยแพร่คลิปเสียงต่อสาธารณะ โดยมีเนื้อหากล่าวอ้างทำนองว่านายทรงศักดิ์ รู้เห็นและมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
...
นายทิวา กล่าวว่า นายทรงศักดิ์ได้รับคลิปเสียงดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 แต่ในขณะนั้นยังไม่มีการเอ่ยถึงชื่อนายทรงศักดิ์ จึงได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงาน ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และหน่วยงานอื่น ๆ ให้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสอบ เนื่องจากเห็นว่าเป็นเรื่องที่อาจมีความผิดปกติ
ในช่วงเวลานั้นกระบวนการจัดสอบอยู่ระหว่างการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง โดยมีมหาวิทยาลัย 2 แห่งเข้าร่วมเสนอราคา ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์จะเสนอราคาต่ำกว่า แต่คณะกรรมการพิจารณาเห็นว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒมีความน่าเชื่อถือมากกว่า จึงคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ก่อนส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณาตามขั้นตอน และกรมบัญชีกลางมีความเห็นให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ดำเนินการ
ทั้งนี้ ยืนยันว่าขั้นตอนดังกล่าวเป็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบ ไม่ใช่การซื้อขายตำแหน่งหรือซื้อขายข้อสอบตามที่ถูกกล่าวอ้าง อีกทั้งในขณะนั้น แม้จะมีคลิปเสียง แต่ยังไม่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกรับหรือรับเงิน จึงไม่สามารถดำเนินคดีได้ และไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าจะมีการกระทำในลักษณะดังกล่าว
ต่อมา ภายหลังมีการเผยแพร่คลิปเสียงผ่านเพจ “บังแจ็ค” มีการเอ่ยชื่อนายทรงศักดิ์อย่างชัดเจน พร้อมกล่าวอ้างว่า มีโควตาผู้สอบจากคนใกล้ชิดจำนวน 1,500 อัตรา โดยผู้เข้าสอบต้องจ่ายเงินอัตราละ 350,000 บาท ให้หน่วยงานที่จัดสอบและนายทรงศักดิ์ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของรองนายกรัฐมนตรีอย่างร้ายแรง
นายทิวา กล่าวอีกว่า จึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ส้ม และนายกิจ ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวว่าเป็นเจ้าของเสียงในคลิป รวมถึงผู้เผยแพร่คลิปผ่านเพจ “บังแจ็ค” ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และ 328 รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
นายทิวาระบุอีกว่า เชื่อว่าคลิปเสียงดังกล่าวมีเจตนาทำลายกระบวนการประมูล เนื่องจากกลุ่มบุคคลบางกลุ่มไม่ได้รับประโยชน์ อีกทั้งยังมุ่งสร้างความเสียหายต่อนายทรงศักดิ์และพรรคการเมืองที่สังกัด ทั้งที่นายทรงศักดิ์ไม่เคยรู้จักหรือมีความเกี่ยวข้องกับบุคคลทั้ง 2 คนมาก่อน
พร้อมย้ำว่า การแจ้งความครั้งนี้ต้องการให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาให้ปากคำ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงมีการกล่าวอ้างเช่นนี้ และมีหลักฐานใดที่เชื่อมโยงนายทรงศักดิ์หรือไม่
นายทิวา กล่าวต่ออีกว่า หากข้อกล่าวหาเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นความจริง จะมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ทั้งผู้เรียกรับเงิน ผู้จ่ายเงิน และผู้เข้าสอบ อาจมีจำนวนรวมหลายหมื่นคน ดังนั้น จึงไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปได้ และจะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
มีรายงานว่า สำหรับ น.ส.ส้ม และนายกิจ ปัจจุบันทั้งคู่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเคยเข้าพบคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวมาก่อน นายทิวาเชื่อว่า หากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก ทั้งสองจะเข้ามาให้ปากคำ
ด้านพ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์ไว้ และจะพิจารณาว่าพฤติการณ์เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวหาหรือไม่ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป