เครือข่าย SEC Watch ประกาศปิดประตูทำเนียบฯ ยาว สกัดเดินหน้า“แลนด์บริดจ์” หลังเจรจาล้มเหลว “ศุภชัย” ยกทีม สส.ใต้ ภูมิใจไทย รับข้อเสนอ  ขออย่าขีดเส้นอยู่คนละฝั่ง พร้อมเริ่มนับหนึ่งแก้ปัญหาร่วมกัน


เมื่อเวลา 16.15 น. วันที่ 29 มิ.ย.2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำ 12 สส. ภาคใต้ ประกอบด้วย นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ เขต 1 นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน สส.กระบี่ เขต 3 นายอรรถพล ไตรศรี สส.พังงา เขต 2 นายพิชัย ชมภูพล สส.สุราษฎร์ธานี เขต 6 น.ส.นันทวัน วิเชียร สส.นครศรีธรรมราช เขต 2 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สส.ปราจีนบุรี เขต 1 นายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส เขต 4 นายวิชัย สุดสวาสดิ์ สส.ชุมพร เขต 1 นายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ สส.ชุมพร เขต 2 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา เขต 7 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สส.ระนอง และนายอธิคุณ คงมี สส.พัทลุง เขต 1 เดินทางมาพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล ประธานเครือข่ายฯ ที่ปักหลักชุมนุม เพื่อคัดค้านร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ และโครงการแลนด์บริดจ์ ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.


จากนั้นเวลา 16.30 น. นายประสิทธิชัย ได้พูดคุยกับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ว่า การเจรจาข้อเรียกร้องของภาคใต้และภาคตะวันออกทั้ง 5 ข้อ ในวันนี้ล้มเหลว หน่วยงานในกระทรวงคมนาคม ยืนยันว่าจะต้องผลักดันกฎหมายดังกล่าวครบทุกขั้นตอน นับจากนี้ไปภาคใต้จะเข้าสู่วิกฤติสำคัญ คือ ต่างชาติจะมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ถือครองได้ 99 ปี เปลี่ยนผังเมืองทั้งหมด ยกเลิกกติกาคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ยกเลิกที่ดินราชพัสดุมาทำนิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้ต่างชาติมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาชีพสงวนที่มีไว้สำหรับผู้ที่มีสัญชาติไทยจะถูกยกเลิก และให้ต่างชาติสามารถทำได้ ต่างชาติจะเป็นผู้ประเมินมาตรการสิ่งแวดล้อม ใช้เงินตราต่างประเทศซื้อขายกันได้ ทั้งหมดนี้เป็นความตั้งใจเพื่อผลักดันกฎหมายฉบับนี้ สส.ภาคใต้ ของพรรคภท. ได้ปล้นความไว้วางใจของทุกคน ผลักดันกฎหมายขายแผ่นดินให้ต่างชาติแบบสุดซอย

...


นายประสิทธิชัย กล่าวว่า ฉะนั้นทางเดียวของประชาชนที่จะรักษาอธิปไตยของประเทศนี้ไว้ได้คือ การมารวมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ถึงเวลาที่คนภาคใต้จะต้องตั้งสติ เพราะภายในเดือน ธ.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยจะผลักดันกฎหมายขายที่ดินภาคใต้ ให้เป็นของต่างชาติ โดยวันนี้จะแบ่งผู้ชุมนุมเป็น 2 กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกจะปักหลักบริเวณประตู 2 ทำเนียบฯ และกลุ่มที่สอง จะเดินไปยึดประตู 5 ปิดประตูถาวร เราจะไม่ให้หน่วยงานราชการไปทำงานเพื่อนำที่ดินภาคใต้ไปเป็นของต่างชาติได้อีก ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเสนอประกอบด้วย 1. สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ต้องยกเลิกกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) 2. แลนด์บริดจ์ ไม่มีเหตุผลที่จะสร้างให้ยกเลิกทันที 3. รัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ใหม่ และเสนอขอให้ยุติการขยายเขตพื้นที่ EEC ไปยังจ.ปราจีนบุรี

จากนั้น เวลา 16.45 น. นายศุภชัย พร้อม สส. ภาคใต้ พรรคภท.เดินมารับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมพร้อมกล่าวว่า ตนกับ สส. ภาคใต้ พรรคภท.ที่มากันตรงนี้ มาด้วยใจอันบริสุทธิ์ พวกตนคือฝ่ายนิติบัญญัติ และอยู่พรรคภท.และขอยืนยันว่า ร่าง พ.ร.บ. SEC ไม่ได้ถูกบรรจุในวาระของสภาผู้แทนราษฎร ตนขอยืนยันตรงนี้ ถ้ามีกฎหมายจากฝ่ายบริหารเข้ามาจริง ตนที่เป็นประธานฝ่ายกฎหมายของพรรคภท. ก็จะพูดคุยกับรัฐบาลว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะอย่างไร แต่ขอยืนยันวันนี้ว่าร่าง พ.ร.บ. SEC ยังไม่เริ่มเดินหน้าและยังไม่เริ่มนับหนึ่ง เพราะสิ่งที่นายกฯ มอบคือให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง ไปศึกษาเรื่องความเหมาะสมความเป็นไปได้ผลกระทบอะไรต่างๆ มันมีหลายขั้นตอน และกระบวนการบริหารประเทศก็จะมีการคานอำนาจโดยรัฐสภา


“ผมเข้าใจความเดือดร้อน และความห่วงใยของประชาชน ผมเห็นอุดมการณ์ของนายประสิทธิชัยมาโดยตลอด แต่เราต้องมาทำงานร่วมกันแบบประชาธิปไตย มาปรึกษาหารือกันด้วยความเข้าใจดีกว่าที่จะมาขีดเส้นว่า อยู่คนละฝั่ง ทำไมเราไม่มาคุยกัน เราสามารถที่จะร่วมมือกัน สามารถที่จะแก้ปัญหาร่วมกันได้ จะให้เราไปยกที่ดินให้กับต่างชาติ เราก็ไม่ยอม วันนี้เราเริ่มนับหนึ่งทำงานร่วมกัน วันนี้ตนเปิดเต็มที่แล้ว แต่ถ้าจะชุมนุมกันอย่างเดียวแล้วไม่เปิด ผมคิดว่าไม่น่าจะปิดโอกาสแบบนี้ ผมมาตรงนี้ด้วยเจตนาดี มาปกป้องประเทศไทยร่วมกัน” นายศุภชัย กล่าว


นายศุภชัย กล่าวว่า เราก็ได้พยายามสื่อสารให้เต็มที่ อย่างที่บอกมันแยกส่วนกัน เรื่องบางเรื่องตนไม่สามารถล้วงงานฝ่ายบริหารได้ แต่จะสื่อสารกันในพรรคภท.ว่าเรื่องนี้มีข้อห่วงใย และไม่ได้จบวันนี้ หลังจากนั้นจะได้มีการติดต่อประสานกัน จะเป็นประโยชน์กว่าถ้าเราได้พูดคุยกัน ตนไม่อยากให้พี่น้องมาลำบาก มีอะไรติดต่อพูดคุยกันดีกว่า ตนอยู่การเมืองมารู้ว่าพี่น้องลำบากกันขนาดไหน ขอบคุณที่กรุณาฟังพวกตน และได้มีโอกาสได้กลับไปคิด ตนก็มีการบ้านกลับไปคิด ไปปรึกษาหารือที่จะนำเสนออย่างไร เราเป็นมิตรกัน ไม่ได้เป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ประชาชนคือผู้ที่ส่งเราได้มาเป็นสส. ทั้งนี้ตนจะรับข้อเสนอของผู้ชุมนุมในวันนี้ไปหารือกันในพรรค เพื่อแก้ปัญหากันต่อไป