“อัครนันท์” รมช.ศึกษาธิการ ย้ำให้ความเป็นธรรม “ครูนิ่ม” ปมสอบติดลำดับ 1 แต่ชื่อหล่นไปลำดับ 2 ทำเสียโอกาสบรรจุเป็นข้าราชการครู สั่งเร่งตรวจสอบให้กระจ่าง คาดใช้เวลา 2 สัปดาห์รู้ผล  


วันที่ 29 มิถุนายน 2569 นางสาวชณัฐดา วรสาร หรือ ครูนิ่ม เข้ายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมอบให้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ เพื่อขอให้ตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดสอบครู หลังจากที่สอบติดมีชื่อลำดับที่ 1 แต่ตกลงมาอยู่ลำดับที่ 2 ซึ่งก่อนการให้สัมภาษณ์ นายอัครนันท์ กับครูนิ่ม และเลขาธิการ สพฐ. ได้ปิดห้องคุยหารือเป็นการภายใน ใช้เวลานานกว่า 20 นาที 

หลังพูดคุยกันเสร็จ นายอัครนันท์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการมีความห่วงใยและพยายามจะแก้ไขปัญหา เข้าใจดีถึงความรู้สึกของครูนิ่ม ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) กำชับมาว่าจะต้องบริหารจัดการกรณีนี้ให้ดี จะต้องให้ความยุติธรรมกับครูนิ่ม และให้ความเป็นธรรมกับคนอื่น แต่ทุกอย่างจะต้องไปในทางที่ดี ส่วนเรื่องการเยียวยา หลังจากที่ได้คุยกันภายใน ขั้นต้นจะต้องทำให้กระบวนการตรวจสอบชัดเจน เป็นที่ยอมรับกับทุกคน อาจจะนำเอาข้อสอบมากางให้คณะกรรมการที่มีความเชื่อถือดูพร้อมกัน เพื่อสร้างความสบายใจให้กับทุกฝ่ายว่าการตรวจข้อสอบมีความเป็นกลาง ถูกต้อง แม่นยำ เพราะหากกระบวนการตรวจสอบไม่ถูกต้องก็ไปต่อในกระบวนการอื่นไม่ได้ ครูนิ่มก็อาจจะไม่ยินยอมในกระบวนการเยียวยาอื่น และแนวทางต่อไปคือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำครูนิ่มกลับไปบรรจุเป็นครู แต่กว่าจะไปถึงขั้นนี้ต้องตรวจสอบให้โปร่งใสก่อน 

...

ทางด้าน ครูนิ่ม กล่าวว่า ตนเป็นผู้สอบ ทำตามกระบวนการที่ถูกต้องทุกอย่าง ตั้งแต่สำนักงานเขตการศึกษาให้ไปสอบ สัมภาษณ์ รวมถึงการรวบรวมคะแนน ตนทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง ตามระเบียบทุกอย่าง ซึ่งข้อเสนอที่ฝ่ายมหาวิทยาลัยยื่นมาให้ไปเป็นพนักงานอัตราจ้าง หรือจะไปบริจาคเงินให้กับโรงเรียนที่ต้องการไปทำงาน ทั้งหมดตนมองว่าอยากเห็นการตรวจสอบที่ถูกต้อง ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาอย่างไรก็ยอมรับได้ แต่ความจริงจะต้องได้รับการยอมรับเสียก่อน ส่วนโอกาสที่เสียไปตั้งแต่ที่เกิดเรื่องนี้ คือการลาออกจากงานเดิมไปจองหอพักกับโรงเรียนเพื่อเตรียมตัวที่จะไปบรรจุเป็นข้าราชการครู เพื่อเป็นครูที่ดีและเป็นแม่พิมพ์ของชาติ รวมถึงได้กล่าวอำลาโรงเรียนเดิม จัดงานเลี้ยงส่งไปแล้ว 

เมื่อถามว่ากรณีนี้จะเหมือนกับการทุจริตสอบของท้องถิ่นที่มีการเปลี่ยนกระดาษคำตอบหรือไม่ เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้เคียงกัน ครูนิ่ม ตอบว่า อยากให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบทุกอย่างให้ชัดเจนเพื่อความถูกต้อง ยังไม่ได้ปักใจเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และหลังจากได้คุยกับ รมช.ศึกษาธิการ วันนี้แล้ว รู้สึกอุ่นใจและสบายใจขึ้นเยอะ เพราะที่ผ่านมาการรับปากที่เกิดขึ้นก่อนหน้าไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า แต่วันนี้ได้คุยกันโดยตรงกับรัฐมนตรี รู้สึกสบายใจขึ้นที่มีเมตตา มองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับครูอัตราจ้างคนหนึ่งที่กำลังเตรียมตัวจะไปบรรจุข้าราชการครู ส่วนกรอบเวลาในการตรวจสอบเรื่องนี้ นายอัครนันท์ กล่าวว่า จะต้องทำให้เร็วที่สุด คิดว่า 2 สัปดาห์น่าจะต้องทราบผลแล้ว

ขณะที่ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการ สพฐ. กล่าวเสริมว่า สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัด 30,000 โรงเรียน มีครู 400,000 กว่าคน และมีนักเรียน 6 ล้านกว่าคน เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการกำชับให้ดูแลให้ถูกต้องตามระเบียบให้เกิดความเป็นธรรมและโปร่งใส ตรวจสอบได้ ห้ามมีการทุจริต และรัฐมนตรีช่วยก็เน้นย้ำอีกว่าเรื่องนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นในช่วงที่เป็นรัฐมนตรี จะต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมทุกเรื่อง เมื่อมีข่าวที่หน่วยงานอื่นที่เกิดเรื่องแบบนี้ ก็เป็นบทเรียนที่ต้องไปเน้นย้ำกับผู้อำนวยการเขต เพราะเร็วๆ นี้จะมีสอบครูผู้ช่วย สำหรับกรณีของครูนิ่ม เป็นครูผู้ช่วยพิเศษ คือ เป็นครูอัตราจ้างมาแล้ว 3 ปี แล้วมาสอบสนามเล็ก ลำดับต่อไปก็จะมีการสอบสนามใหญ่ จึงไม่อยากให้มีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น รวมถึงมหาวิทยาลัยที่ออกข้อสอบให้กับหลายหน่วยงาน และกระทรวงศึกษาธิการจะต้องระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ต้องทำอย่างตรงไปตรงมา 

เลขาธิการ สพฐ. ยังเผยอีกว่า ระหว่างที่รอความชัดเจน ครูนิ่มสามารถมาทำงานเป็นครูอัตราจ้างที่มหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้หากไม่มีความสบายใจจะทำงานที่โรงเรียนเดิม เพราะได้อำลาและเลี้ยงส่งไปหมดแล้ว เมื่อผลตรวจสอบออกมาถูกต้อง ครูนิ่ม ต้องการที่จะไปสอนอยู่โรงเรียนสังกัดของ สพฐ. โรงเรียนใดให้บอกมา ตนเองยินดีช่วย 

ทั้งนี้ นายอัครนันท์ ได้แลกไลน์กับครูนิ่ม พร้อมก็บอกว่าหากมีปัญหาหรืออยากให้ช่วยเหลืออะไรสามารถแจ้งตนเองมาได้ตลอด พร้อมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่.