“วรศิษฎ์” โต้กระแสข่าวศึกสายเลือดภูมิใจไทย เด้งอธิบดีสถ. ไม่เกี่ยวประลองกำลัง ลั่นพรรคคือครอบครัว ประกาศล้างทุจริตสอบท้องถิ่น ขยายผลถึงใครฟันหมด ยืนยันหลักการ จัดการคนผิดปกป้องคนที่ทำถูก 


วันที่ 28 มิ.ย. 2569 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย(ภท.) ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงกรณีที่มีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น(กสถ.) โดยมีการกำชับแนวทางปัญหาทุจริตสอบท้องถิ่นอย่างไรว่า เริ่มแรกในระดับนโยบายให้ความสำคัญการตรวจสอบอยู่แล้ว โดยกรณีนี้เริ่มตั้งแต่ปี 67-68 ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรมว.มหาดไทย โดยทำเอ็มโอยูในการตรวจสอบร่วมกันของหน่วยงานตรวจสอบ 5 หน่วยงาน ทั้งป.ป.ช.-ป.ป.ท.-ป.ป.ส. -กสถ. และกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าไปตรวจสอบและสังเกตการณ์ในกระบวนการทั้งหมดอย่างใกล้ชิด 


เมื่อถามว่าได้ทำงานร่วมกันตั้งแต่ได้รับการร้องเรียนมาตอนนั้นเลยหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่าก่อนอีก ตั้งแต่ยังไม่สอบเลย ปกติสอบพร้อมกัน แต่ครั้งนี้สอบ 2 รอบ คือปลายปี 68 และที่ภาคใต้น้ำท่วมเลยต้องสอบช่วงต้นปี 69 ในฐานะที่กำกับนโยบายได้กำชับการสอบต้องอย่าให้มีการทุจริต เมื่อถามว่าตั้งแต่เกิดปัญหาทุจริตสอบ ได้หารือกับรมว.มหาดไทย เพื่อทางออกในปัญหานี้อย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า นายกฯชัดเจนได้กำชับไปตั้งแต่ต้นการทุจริตอย่าให้มี เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ขึ้นมันต้องไปจัดการให้ได้ว่าใครคือผู้กระทำผิด ต้องดูภาพรวมทั้งหมด ไม่ว่าใครเข้าไปเกี่ยวข้อง การสืบหาข้อเท็จจริงไปถึงใคร ต้องจัดการทุกคน


เมื่อถามว่า ที่ประชุมกสถ.ต้องการตรวจผลการสอบใหม่ทั้งหมด โดยต้องประสานกับป.ป.ช.ขอหลักฐานที่อายัดไว้ในการตรวจสอบข้อสอบใหม่ ตรงนี้ฝ่ายไหนจะประสานกับป.ป.ช. นายวรศิษฎ์ตอบว่า หลังกสถ.มีมติให้ตรวจสอบ ต้องรอสรุปขั้นตอนและกระบวนการ โดยตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตามระเบียบว่าใครจะต้องไปอยู่ตรงนั้นบ้าง และอีกส่วนต้องให้หน่วยงานตรวจสอบรวมไปถึงภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้หายสงสัย โปร่งใส เมื่อถามว่ามศว.ที่จัดสอบจะโดนอะไรบ้าง นายวรศิษฎ์ตอบว่า อย่าไประบุแบบนั้น วันนี้ต้องหาคนที่เกี่ยวข้องก่อน อยู่ในความรับผิดชอบของใครก็ต้องรับผิดชอบไป แต่จะเป็นใครอย่าเพิ่งไปชี้ สุดท้ายต้องทำงานบนข้อเท็จจริง อย่าทำงานบนความรู้สึก เมื่อถามว่าขบวนการทุจริตใหญ่แค่ไหนเมื่อดูจากจำนวนเงินค่อนข้างสูง นายวรศิษฎ์ตอบว่า ที่เขาไปเจอก็หลักพัน ก็ใหญ่อยู่ 

...


เมื่อถามว่า หนักใจต่อปัญหานี้อย่างไร แม้เด้งนายธีรุตน์ ศุภวิบูลย์ อธิบดีสถ.ไปแล้ว สังคมจับจ้องไปที่ “บิ๊กนักการเมือง”คนหนึ่งในพรรคภูมิใจไทย นายวรศิษฎ์ตอบว่า แน่นอนเมื่อมีข่าวอะไรที่ไม่ดีเกี่ยวกับพรรคย่อมรู้สึกไม่สบาย แต่ที่ต้องเข้าใจตรงกันคือ ข้อมูลที่ออกมาตอนนี้สะเปะสะปะไปหมด อะไรจริง อะไรไม่จริง ฝ่ายที่ตัดสินได้ไม่ใช่ตน อธิบดีหรือรัฐมนตรี มันเป็นหน้าที่ของหน่วยงานตรวจสอบที่ตัดสินโดยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การทำงานบนความรู้สึก บนความเชื่อ 


เมื่อถามว่ายังมีผู้ทำผิดมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าวหรือไม่ นายวรศิษฎ์ ตอบว่า ต้องอาศัยการขยายผล ไม่ว่าเยอะหรือน้อยมันก็ต้องจัดการ เพราะถ้าไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ วันนี้มันอยู่ไม่ได้ เมื่อถามว่าเอาคนบรรจุเข้าไป แต่ทุจริตจะตรวจสอบเพื่อเอาตัวออกมาอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า ต้องพิสูจน์ตามข้อเท็จจริง ถึงบรรจุไปแล้ว แต่ความผิดที่เขาทำมา เราก็ดำเนินการได้อยู่แล้ว จึงไม่กังวลเรื่องนี้ เชื่อมั่นให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะคนที่สอบได้ด้วยความสามารถของตัวเอง ขอยืนยันหลักการชัดเจน คือจัดการคนผิดและปกป้องคนที่ทำถูก เมื่อถามว่านายกฯให้ความสำคัญกับปัญหานี้ โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบเส้นทางการเงินทุจริต เพื่อสาวไปถึงคนที่เกี่ยวข้อง เช่น อาจเป็นนักการเมือง หรือคนที่รับเงินหรือจ่ายเงิน นายวรศิษฎ์ตอบว่า ถ้าเกิดเขาเชื่อได้ว่ามีการเชื่อมโยง เป็นหน้าที่ของฝ่ายตรวจสอบในการประสาน โดยเรามีเป้าอย่างเดียว คือข้อเท็จจริงและต้องได้ผู้กระทำผิด


เมื่อถามว่า ในฐานะเป็นหนึ่งใน “ก๊วนลูกเทพ” ที่ทุกคนพยายามโชว์ฝีมือในการบริหารงาน เมื่อเจอปัญหาแบบนี้ท้อถอยอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า เป็นงานที่ต้องรับผิด จะไปท้อได้อย่างไร เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ในฐานะกำกับดูแลต้องสืบสวนข้อเท็จจริงว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง มอบนโยบายในการทำงานชัดเจนว่าต้องทำถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบและสังคมทุกมิติ เมื่อถามว่าตั้งแต่เหตุการณ์ปราบมาเฟียจ.ภูเก็ต และปัญหาทุจริตสอบ ถูกต้องข้อสังเกตเป็นความขัดแย้งระหว่างคนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย กับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่เกี่ยวกันเลย วันนี้นายกฯมอบนโยบายชัดเจน ยกตัวอย่างที่ภูเก็ต เราทำงานบนข้อเท็จจริง โยกย้ายที่เกิดขึ้นมีปลัดจังหวัด นายอำเภอ 4-5คน ที่ผู้บริหารของกรมการปกครองย้ายมาช่วยราชการ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อตรวจสอบเสร็จไม่พบอะไรก็ว่ากันไป มันจะมีประเด็นอะไรละ 


เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวทางนายเนวิน ชิดชอบ ผู้มีบทบาทในพรรคภูมิใจไทยต้องการผลักดันอธิบดีกรมการปกครองขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย  และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นคนใกล้ชิดของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม โดนเด้ง เหมือนเป็นการเล่นเกมภายในพรรคภูมิใจไทย นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่มีอะไร 


ผู้สื่อข่าวจึงถามย้ำอีกครั้งว่านายเนวินต้องการผลักดันอธิบดีกรมการปกครองขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย แต่รมว.มหาดไทยยังต้องการให้เป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่  และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นโดนเด้ง ถูกมองว่าเป็นการประลองกำลังกันภายในพรรคภูมิใจไทย ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า มันไม่ใช่ จริงๆการตัดสินใจบริหารราชการเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯในส่วนของคนอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือเข้ามาแทรกแซง นายกฯไม่ปล่อยให้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว


เมื่อถามว่าภาพที่ออกมานายนฤชา โฆษาศิริไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มาจากจ.บุรีรัมย์ นายวรศิษฎ์ตอบว่า นายกฯก็มาจากบุรีรัมย์ มีบ้านอยู่บุรีรัมย์ มันไม่ใช่เงื่อนไข ทุกคนเลือกที่มาของตัวเองไม่ได้ มันอยู่ที่ความเหมาะสม อยู่ที่การทำงานมากกว่า อีกอย่างการตั้งอธิบดีเป็นอำนาจของปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ต้องนำรายชื่อเสนอ รมว.มหาดไทยดูแลในด้านนโยบายหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแล 


เมื่อถามว่ามองคนที่มองประเด็นดังกล่าวอย่างไร เช่น ต้องการบ่อนเซาะพรรคภูมิใจไทย นายวรศิษฎ์ตอบว่า เป็นเรื่องปกติในโลกของการเมืองที่มีเรื่องลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว แค่งานที่รับผิดชอบอยู่ก็ไม่ได้คิดอย่างอื่นอยู่แล้ว 


เมื่อถามว่าตั้งใจทำงานอย่างไร หลังนายกฯ วางเคพีไอประเมินผลงานรัฐมนตรี นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่ต้องตั้งเคพีไอคนที่เข้ามาทำงานก็ต้องรู้ตัวเองว่าเข้ามาแล้วเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าตัวเองไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ต้องรอเคพีไอ ควรพิจารณาตัวเอง ส่วนตัวสิ่งที่อยากทำมีหลายเรื่องในเชิงนโยบาย  แต่ขณะนี้มี 2 เรื่องใหญ่ที่ต้องทำให้ดีที่สุดก่อน ทั้งกรณีที่ภูเก็ตและกำลังตรวจสอบการสอบระดับท้องถิ่น 


เมื่อถามว่าสวมหมวกก๊วนลูกเทพอยู่ ต้องทำอะไรที่เป็นการพิสูจน์ตัวเองบ้าง นายวรศิษฎ์ตอบว่า ไม่ต้องแสดง ไม่ว่าเป็นรมต.ลูกเทพ ไม่ใช่ลูกเทพ หรือลูกใคร แต่รมต.ทุกคนต้องทำงานให้เต็มที่อยู่แล้ว เพื่อพิสูจน์ให้เห็น เมื่อถามว่าเป็นก๊วนลูกเทพถูกกดดันอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า คนเป็นรมต.ถูกกดดันทุกคน เมื่อถามว่าภายในพรรคภูมิใจไทยมีความขัดแย้งกันตามที่เป็นกระแสข่าวอย่างไร นายวรศิษฎ์ตอบว่า พรรคนี้มีความเป็นครอบครัว ไม่มีกลุ่มนั้น ไม่มีกลุ่มนี้ ขนาดกินข้าวบางที่เป็นร้อยคนก็มี ถ้าแตกแยกคงไม่เห็นบรรยากาศแบบนี้