เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 : “ชัชชาติ” ว่าที่พ่อเมืองสมัย 2 ขอบคุณทุกเสียงทั้งที่เลือกและไม่เลือก ชี้ 4 ปีจากนี้เข้มข้นขึ้น “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ย้ำไม่มีระบบอากง
ถ้อยแถลง "ชัชชาติ" หลังคว้าชัยเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. สมัย 2
เมื่อเวลา 20.06 น. วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมัยที่ 2 ขึ้นเวทีที่สเตเดียมวัน ย่านบรรทัดทอง ภายหลังการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการเกิน 50% แล้ว ว่า แต่คงต้องรอประกาศจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่โหวตให้และไม่โหวตให้ จริงๆ แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีใครชนะหรือไม่มีใครชนะ เพราะงานผู้ว่าฯ คนต่อไปเป็นงานหนักมาก ภารกิจครั้งหน้าก็เป็นภารกิจที่สำคัญ บอกทีมงานเสมอว่าถ้าเราได้เป็นหนนี้งานที่ได้จะหนักกว่าคราวที่แล้วอีก เพราะประชาชนมีความคาดหวังกับเราเยอะ รวมถึงสถานการณ์ของโลก ของเทคโนโลยีต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นงานที่ทำต้องตั้งใจทำให้หนักขึ้นกว่าเดิม
นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า “ไม่ว่าใครจะเลือกเราหรือไม่ เราจะต้องไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ที่ผ่านมาเราพยายามทำเต็มที่และคิดว่าต้องทำต่อไปอย่างเต็มที่เหมือนกัน ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่กรุณาไปออกคะแนนเสียงให้ ผมว่าเป็นความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย”
พร้อมบอกเล่าว่า เมื่อวานไปเจอครอบครัวหนึ่ง พ่อเขามาขอบคุณ และบอกว่าพ่อแม่ลูกเลือกคนเดียวกัน เป็นเรื่องน่ารักๆ เราก็พร้อมรับใช้ทุกคน ถ้าสุดท้าย กกต. คอนเฟิร์มเรา สิ่งแรกที่ต้องทำคือต้องเอาแผน 260 นโยบายมาทำเป็นแผนยุทธศาสตร์ และจัดลำดับความสำคัญ รวมถึงทำแผน 100 วันว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ คือต้องทำสิ่งที่ยากก่อน เพราะสิ่งที่ยากต้องใช้เวลาในการดำเนินการนาน จึงต้องเอามาไว้ตอนต้นก่อน ในเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน เชื่อว่า 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ละเลย ต้องทำตรงนี้ให้เข้มข้นต่อไป รวมทั้งโครงการต่างๆ ของทีมชัชชาติ ถ้าอยากจะดูก็ดูได้ในเว็บไซต์ teamchadchart.com นั่นคือพันธะสัญญาที่เรามีให้ไว้ต่อประชาชน
...
นายชัชชาติ ยังเผยด้วยว่า ราว 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน โทรศัพท์มายินดี ได้ฝากหลายนโยบาย ซึ่งเราอ่านทุกนโยบายของทุกพรรค ก็มีข้อดีๆ อยู่หลายอัน ซึ่งเราจะนำไปทำต่อ โดยต้องทำงานร่วมกันต่อไป ไม่ว่าใครจะมา เพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ทุกคนก็เป็นพันธมิตร คุยกันได้ สามารถมีส่วนร่วมในการช่วยการพัฒนาเมืองในเมืองนี้ เพราะทุกคะแนนที่ประชาชนให้มามีค่า ไม่ว่าจะเลือกใครก็มีค่า และเราทุกคนก็จะมาช่วยกันเพื่อหาคำตอบที่ดีที่สุดเพื่อกรุงเทพฯ ตอนนี้โหวตเกิน 50% แล้ว สุดท้ายผลต้องรอจาก กกต. อีกทีหนึ่ง แต่ตอนนี้คะแนนเราก็นำอยู่ ไม่แน่ใจว่าสุดท้ายแล้วคะแนนจะออกมาเป็นอย่างไร คนจะมาออกเสียงเยอะแค่ไหน แต่ถ้าดูเปอร์เซ็นต์ตอนนี้มันสูงกว่าครั้งที่แล้ว ผลที่ดูตอนนี้ได้ประมาณ 64% เชื่อว่าแนวโน้มเราดีขึ้น
“ต้องขอบคุณทีมงานทุกคน ที่ผมมายืนอยู่ทุกวันนี้ได้ก็ไม่ใช่ตัวคนเดียว มาจากทีมงานทีมชาติ ทีมซัพพอร์ตทุกคน รวมถึงสื่อมวลชนก็ช่วยสื่อสารนโยบายให้ เป็นการทำงานที่ร่วมกันเป็นทีม ผมเชื่อว่ากรุงเทพมหานครจะเดินหน้าได้เพราะพวกเราทุกคน ไม่ใช่เพราะชัชชาติหรือคนบางส่วน ทุกคนต้องจับมือกันเดินหน้าไป เราไม่แพ้เมืองไหนในโลก 4 ปีจะทำให้ดูว่ากรุงเทพฯ จะต้องเป็นเมืองที่ขึ้นมาอยู่ชั้นนำ และสามารถแข่งขันได้กับเมืองต่างๆ ทั่วโลกนะครับ”
ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ระบุอีกว่า รู้สึกตื่นเต้นแม้จะเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็มาด้วยความยำเกรง เพราะไม่ใช่ชัยชนะ แต่เป็นคำสั่งจากประชาชน ตนรู้ว่างานจะหนัก ไม่ใช่เวลาที่จะมาเฉลิมฉลอง แต่เป็นเวลาเตรียมตัวคิดให้ถี่ถ้วน อะไรที่ต้องทำให้เข้มข้นต่อไปนี่คือสิ่งสำคัญ บอกทีมงานว่าให้ฉลองคืนนี้คืนเดียว พรุ่งนี้จะต้องเริ่มคิดและลำดับความสำคัญ วันที่เราไปเจอทีมงานข้าราชการต้องถ่ายรายละเอียดให้เขา ให้วันแรก วินาทีแรก ที่เราไปทำงาน ทุกคนรู้เป้าหมายร่วมกันและสามารถเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้
นายชัชชาติยังได้กล่าวขอบคุณลูกชายคือแสนดี ส่วนคำถามว่าโล่งใจหรือไม่ ช่วงหาเสียงมีความท้าทายเยอะ เราเป็นคนที่อยู่มา 4 ปี ย่อมมีจุดอ่อนให้คนโจมตีเยอะอยู่แล้ว เป็นเรื่องธรรมดา ก็ชี้แจงไปตรงๆ ขอบคุณที่ประชาชนเข้าใจเรา สิ่งสำคัญที่สุดคือประชาชนเข้าใจ เห็นว่าโพลที่ผ่านมาของนิด้า เราก็ขึ้นตลอด ไม่ว่าจะมีกระแสอะไร ก็ต้องขอบคุณที่ประชาชนไว้ใจเรา ต้องทำตัวให้ดีขึ้น ทำทีมงานให้ดีขึ้นเพื่อกำจัดข้อกังขาทั้งหมด และสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนมากขึ้น
คำถามว่าจะทำภารกิจอะไรเป็นภารกิจแรก นายชัชชาติ ตอบว่า ต้องถ่ายทอดนโยบายเราให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ให้ได้ เพราะเราต้องนำคน กทม. อีก 80,000 คน ที่เป็นเจ้าหน้าที่ พนักงาน ให้ไปกับแผนของเราให้ได้ พรุ่งนี้จะนัดทีมงานว่าที่เราเสนอนโยบายมาจะมี OKR, KPI อย่างไรยุทธศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้อนาคต 4 ปีไปได้ 100 วันจะต้องทำให้ชัดเจน
พร้อมเผยว่า ทีมงานก็คงอยู่ แต่ตำแหน่งอาจจะไม่เหมือนเดิมดูว่าใครเหมาะสมอะไร ผู้สื่อข่าวถามต่อ ทีมที่ปรึกษาจะต้องดูอะไรเพิ่มเติมหรือไม่เพราะมีประเด็นที่ถูกพูดถึง นายชัชชาติ ระบุว่าต้องคุยกัน ทุกคนที่มาทำไม่ได้หวังตำแหน่งอะไร ต้องดูว่าใครจะขยับไปตรงไหนให้เหมาะสม รวมถึงตำแหน่งรองผู้ว่าฯ ด้วย แต่เชื่อว่าทุกคนไม่มีปัญหาอะไร เพราะทุกคนที่บอกไม่ได้หวังอำนาจวาสนา ไม่ได้ติดในตำแหน่ง
ส่วนเรื่องคอร์รัปชัน เรื่องความโปร่งใส เป็นเรื่องที่อยู่อันดับต้นตลอด และพูดมาตลอด ต้องเน้นให้หนักแน่นและสร้างความไว้ใจให้ประชาชนมากขึ้น โดยผู้สื่อข่าวต่างประเทศถาม นายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ หรือ แสนดี ลูกชายนายชัชชาติ มีอะไรจะบอกพ่อหรือไม่ โดยนายแสนปิติ บอกรักพ่อ และแสดงความยินดีกับพ่อในการดำรงตำแหน่งเป็นครั้งที่ 2
นายชัชชาติ ย้ำด้วยว่า ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นดีใจมาก เพราะรู้ว่า 4 ปีจากนี้ไม่ได้ง่าย เพราะผลงานที่เราทำ 4 ปีที่ผ่านมามันเป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ประชาชนคาดหวัง เพราะฉะนั้น 4 ปีจากนี้ต้องขึ้นไปมากกว่าที่เราเคยทำไว้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะประชาชนให้เราขนาดนี้ เราก็ต้องตอบแทนอย่าให้เขาเสียความไว้วางใจต้องรีบทำงานให้หนัก เพราะฉะนั้น “ทำงาน ทำงาน ทำงาน” ต้องเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้ทำน้อยแต่ได้ผลเยอะ เหมือนแคมเปญที่หาเสียง หลักการบริหาร กทม. ก็เหมือนกัน ต้องคิดให้ละเอียดว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด แต่ได้ผลประโยชน์มากที่สุด
ส่วนกรณีโดนโจมตีในเรื่องระบบอากง จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายชัชชาติ กล่าวว่า “ไม่มีระบบอากง ประชาชนสะท้อนให้เห็นแล้วว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับระบบอากง ยืนยันว่าไม่มี แต่ประชาชนถ้าหากยังมีข้อสงสัยอยู่ก็ต้องทำให้ชัดเจน เรียกว่าเป็นวาทกรรมที่คนสร้างขึ้นมา และเราไม่เคยมีระบบนี้ อนาคตก็ต้องทำให้ชัดเจน ประชาชนมีข้อสงสัยตรงไหนก็ต้องเคลียร์ให้หมด แต่ยืนยันว่าไม่มี”
เมื่อถามอีกว่าอยากจะบอกอะไรกับคนที่ไม่ได้เลือก นายชัชชาติ ตอบว่า คนเลือกหรือไม่เลือก เราต้องรับใช้ทุกคนเหมือนกัน เพราะทุกคนคือประชาชนคนกรุงเทพฯ ไม่ใช่เฉพาะคนที่เลือกเรา ตนพูดอย่างนี้มาตลอด แต่คนที่ไม่เลือกเรา ถ้าเราสามารถวิเคราะห์ได้มากขึ้นว่าเหตุผลอะไรที่ยังติดใจอยู่ มีจุดไหนที่เราต้องปรับปรุงตัว เราคงต้องไปดูว่าช่วงอายุไหน กลุ่มเขตไหนที่ยังไม่ตอบโจทย์ ก็พยายามไปค้นหา ไม่ได้หวังคะแนนเสียง แต่คนที่ชอบเราเราก็ต้องดูแลเหมือนกัน
จากคะแนน สก. ตอนนี้มองสภาฯ กทมอย่างไร นายชัชชาติ เผยว่า สภา กทม. กับผู้ว่าฯ แยกกัน เพราะฉะนั้นผู้ว่าฯ จะได้เสียงส่วนใหญ่ยาก ไม่ได้การันตี หากหนนี้ตนไม่ได้เป็นผู้ว่าฯ ก็ไม่ได้เป็นเสียงข้างมากอยู่ดี เพราะไม่มีใครได้เสียงข้างมากหลักการของ กทม. คือผู้ว่าฯ ต้องทำงานกับ สก. ทุกคนได้ เพราะคือคนที่ประชาชนเลือกมา ดีเสียอีกที่มีความหลากหลาย จะได้เข้ามาตรวจสอบผู้ว่าฯ ด้วย ผู้ว่าฯ ก็ต้องดูแลประชากรทุกเขตอย่างเท่าเทียมกัน เพราะทุกเสียงของ สก. มีความหมาย นี่คือหัวใจและหลักการของการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่จำเป็นที่ผู้ว่าฯ ต้องมีเสียงข้างมาก เพราะจะต้องมีการตรวจสอบ ซึ่ง 4 ปีที่ผ่านมาก็โดนตรวจสอบอย่างเข้มข้น เราไม่มีปัญหา ทำงานกับ สก. ทุกคนได้ยินดี
ในขณะนั้นมีการประกาศว่าได้คะแนนทะลุ 1 ล้านแล้ว นายชัชชาติ กล่าวว่าขอบคุณ การเลือกตั้งหนนี้สนุก มีการแคมเปญที่ไม่เหมือนเดิม พร้อมขอเสียงปรบมือให้กับทีมชัชชาติที่ช่วยกันคิดแคมเปญ ขอบคุณทีมงานที่กล้าคิด ถ้าทีมงานเรากล้าคิด ตนเองก็กล้าทำ ส่วนการหาเสียง 24 ชั่วโมง เป็นวิธีการสื่อสารและเราได้ไปครบ 50 เขตภายใน 24 ชั่วโมงก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกัน สนุกดี แต่คราวหน้าหาเสียงไม่ได้แล้ว เป็นการหาเสียงครั้งสุดท้าย เพราะผู้ว่าฯ เป็นได้แค่ 2 สมัย
ในประเด็นที่คนอยากให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ ตอบว่า ไม่เอานายกฯ ขอแค่เป็นผู้ว่าฯ ก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะขอให้ทำท่าก้าวกระโดด ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของการหาเสียงแบบที่เคยทำมา จากนั้นจึงเรียกทีมชัชชาติขึ้นมาบนเวทีเพื่อชูมือขึ้นถ่ายภาพร่วมกัน.
คลิกเพื่อร่วมติดตาม “ไทยรัฐ” รายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ