“ทวิดา” อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมลุ้นผลการนับคะแนนเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เผยหากถูก “ชัชชาติ” ทาบทาม พร้อมกลับมาเป็นรองผู้ว่าฯ อีกครั้ง
เมื่อเวลา 17.40 น. วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่บริเวณหน้าศูนย์การค้าสเตเดียมวัน ซอยจุฬาลงกรณ์ 6 ถนนบรรทัดทอง แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ฝ่ายนโยบาย ได้ตอบคำถามต่อสื่อมวลชน หลังจากมีการปิดหีบลงคะแนน และเริ่มนับคะแนนการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
ผู้สื่อข่าวถามในมุมมองอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ต่อกรณีที่การเลือกตั้งผู้ว่า กทm. ไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า ดร.ทวิดา ตอบว่า ด้วยความที่เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ก็มีการประกาศล่วงหน้าพอสมควร เข้าใจว่าเป็นระเบียบที่ทาง กกต. กำหนดไม่ให้มีการเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะกรุงเทพฯ ก็เทียบเท่า 1 จังหวัด ซึ่งพอเป็นการเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้คนก็ใช้ชีวิตอยู่กับที่ ใกล้ชิดกับท้องถิ่นมากพอสมควร
เมื่อถามว่า ในมุมมองนักรัฐศาสตร์ คิดว่าควรต้องมีการเลือกตั้งนอกเขต เลือกตั้งล่วงหน้าหรือไม่ ดร.ทวิดา กล่าวว่า ถ้ามีได้ ก็น่าจะดี จะอำนวยความสะดวกได้พอสมควร ให้มีมากกว่าหนึ่งวัน แต่ถ้าสามารถปรับแล้วก็พัฒนาการเลือกตั้งให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้หลากหลายขึ้น เหมือนในต่างประเทศที่ทำกันได้แล้ว แต่คงต้องแล้วแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าได้รับรายงานผลโพลหรือยัง ทุกสำนักเหมือนนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ กำลังนำอยู่ในตอนนี้ ดร.ทวิดา กล่าวว่า ยังไม่ได้ดู เพราะตนเพิ่งมาถึง เห็นเพียงบางส่วน แต่ตอนนี้ เพิ่งมีการนับไปไม่เท่าไหร่ แต่จากผลโพลก็รู้สึกดีที่คนยังชอบนายชัชชาติอยู่ แล้วก็คงเห็นว่างานที่ทำมาก็คงมีผลงานบ้างพอสมควร เพียงแต่ว่า จากข่าวเมื่อเวลา 15.00 น. เหมือนคนออกมาใช้สิทธิยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ จึงกังวลจำนวนรวมมากกว่าว่า เพราะอยากให้คนออกมาใช้สิทธิเยอะๆ
...
ผู้สื่อข่าวถามว่าไลน์อัปของรองผู้ว่าฯ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่ ดร.ทวิดา กล่าวว่า ไม่ทราบจริงๆ ครั้งที่แล้วกว่าจะรู้ตัวว่านายชัชชาติมาทาบทาม ก็คือตอนประมาณสักสามทุ่มด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นครั้งนี้ก็คงต้องรอแบบนั้น เพราะนายชัชชาติเองก็ไม่ใช่คนพูดไปเรื่อย ท่านต้องให้มีความแม่นยำก่อน ก่อนที่ท่านจะไปทาบทามใคร
เมื่อถามว่าหากนายชัชชาติ มาทาบทามรอบนี้ พร้อมที่จะกลับมาเป็นรองผู้ว่าฯ อีกรอบหรือไม่ ดร.ทวิดา หัวเราะ แล้วตอบว่าเนื่องจากเป็นทีมทำนโยบาย คงเห็นอยู่แล้วด้วยว่านายชัชชาติอยากจะทำอะไร ดังนั้น ถ้าถูกเลือกอีก ก็น่าจะไม่ปฏิเสธ
ส่วนกรณีที่ไม่ได้ไปเข้าร่วมงานของ Amnesty ตามคำรับเชิญ ดร.ทวิดา กล่าวว่า ปกติพยายามไม่ปฏิเสธแต่ละเวทีเลย ถ้าเกิดกรณีชนกับคิวของท่านอาจารย์ชัชชาติ เนี่ย ถ้าไม่ใช่ศานนท์ ไม่ใช่คุณวิศณุ ตนก็จะมาช่วยผลัดกันไป แต่เวทีนั้น ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเอง เพราะเข้าใจว่าจะเป็นศานนท์ไป แต่มันชนกับที่นัดกับชุมชนที่ทรงวาดไว้ตอนหาเสียง ส่วนตนเองมีเรื่องฉุกเฉินทางครอบครัวนิดหน่อย จึงแจ้งเขาไปก่อนล่วงหน้าแค่สามวัน ก็ต้องยอมรับก็ต้องขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถไปร่วมเวทีได้
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไม่ใช่การจงใจหลีกเลี่ยงที่จะไม่ตอบเรื่องสิทธิมนุษยชนใช่หรือไม่ ดร.ทวิดา ตอบว่า เมื่อวานนี้ตอนก่อนที่จะหมดเวลาหาเสียง ตนได้เจอกับผู้แทนที่มาคุยเรื่องแนวนโยบายประมาณห้าข้อ ซึ่งเข้าใจว่าเขาก็ได้คุยกับนายชัชชาติด้วย อย่างที่ตนรับผิดชอบโดยตรงคือเรื่องสาธารณสุข เรื่องของการตอบรับเรื่องความหลากหลาย กลุ่มเปราะบาง กรุงเทพมหานครก็ดำเนินการอยู่ เพราะฉะนั้นก็ได้ตอบให้รายละเอียดไปแล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะเป็นจังหวะไม่ดี แล้วก็เลยทำให้เขาอาจจะรู้สึกเหมือนกับว่าทำไมเราปฏิเสธ ซึ่งตนต้องขออภัยจริงๆ
ส่วนคิดว่าหลังจากนี้งานจะหนักเพิ่มขึ้นหรือไม่ ดร.ทวิดา กล่าวว่าตราบใดที่คะแนนยังไม่ถูกนับเกินไปกว่า 60-70 % ตนคงไม่ดีใจขึ้นมาก่อน แต่หากถามว่าตอนนี้ที่เห็นคะแนนก็ดีใจ หากถามว่างานหนักไหม ตนก็เดินหาเสียงอยู่สามสิบวัน ได้นโยบายเพิ่มมาสิบเอ็ดเรื่อง จากสองร้อยห้าสิบ นับว่าต้องหนักขึ้นอยู่แล้ว นายชัชชาติตั้งใจไว้ว่าอยากจะให้มันก้าวกระโดด ซึ่งคงต้องทำอะไรมากกว่าเดิมค่อนข้างเยอะ
คลิกเพื่อร่วมติดตาม “ไทยรัฐ” รายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ