กกต. สรุปปิดหีบเลือกตั้ง กทม.- เมืองพัทยา ไร้เรื่องร้องเรียน ลุ้นประกาศผลเร็ว เตือนคนไม่ได้ไปใช้สิทธิ์รีบแจ้งเหตุภายใน 5 ก.ค. นี้ ยอมรับโจทย์ใหญ่กระตุ้นจิตสำนึกประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ์


เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงสรุปภาพรวมการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น กทม. และพัทยา ว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร และสำนักงานคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดชลบุรี โดย กปน. 6,628 หน่วยของ กทม. และ 113 ของเมืองพัทยา ปิดหน่วยแล้ว หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน สถานการณ์ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยภาพรวมการเลือกตั้งตั้งแต่ 09.00 น. มีเหตุเกิดเพลิงไหม้ที่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 แต่ไม่มีหน่วยเลือกตั้งในบริเวณนั้น จึงไม่กระทบต่อการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของประชาชน จากนั้นเวลา 10.55 น. ลมพัดป้ายประชาสัมพันธ์ทับประชาชน เขตบางกะปิ ซึ่งผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบาดเจ็บเล็กน้อย ได้มีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและส่งโรงพยาบาลอาการปลอดภัย ผอ. โรงเรียนวัดศรีบุญเรือน พร้อม ผอ. เขตบางกะปิ และสารวัตร สน. หัวหมากได้ไปตรวจเยี่ยมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น และเวลา 15.00 น. ได้ติดตามเรื่องของภัยธรรมชาติเกี่ยวกับพายุฝน จะกระทบการเลือกตั้งในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งปรากฏว่าเกิดผลกระทบในพื้นที่หน่วยที่ 28 - 31 เขตและแขวงลาดกระบัง แต่กระบวนการลงคะแนนเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 17.00 น. ขณะนี้อยู่ระหว่างการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา


รองเลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า ขอชี้แจงกรณี สส. บางคนและประชาชนบางคนอาจไม่เข้าใจคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง โดยมาตรา 38 ของ พระราชบัญญัติผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่น กำหนดว่าผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งผู้ว่า กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จะต้องเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปีนับจนถึงวันเลือกตั้ง

...


“เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่มีชื่ออยู่ในเขตทะเบียนบ้าน ในกรุงเทพมหานคร ในเขตเลือกตั้งนั้นๆ เป็นเวลาติดต่อกัน เกินกว่าหนึ่งปี หมายความว่าท่านมีสิทธิ์เลือกตั้งรับบัตรทั้ง 2 ประเภท ส่วนท่านใดย้ายทะเบียนบ้านในกรุงเทพมหานคร จากเขตหนึ่งไปอีกเขตหนึ่ง ไปอยู่เขตปัจจุบันไม่ถึง 1 ปี นั่นหมายความว่าท่านไม่สามารถใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานครของเขตนั้นได้ มีสิทธิ์เลือกเฉพาะผู้ว่า กทม. เท่านั้น กรณีเช่นนี้กฎหมายกำหนดหากประสงค์ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง สก. สามารถขอเพิ่มชื่อ ณ ที่สุดท้ายที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกันเกินกว่าหนึ่งปี แต่การขอเพิ่มชื่อต้องไปขอเพิ่มตอนนายทะเบียนท้องถิ่น นายทะเบียนอำเภอก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน” รองเลขาธิการ กกต. กล่าว


ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวอีกว่า ส่วนการติดตามผลการนับคะแนน เชิญชวนประชาชนร่วมสังเกตการณ์นับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งทุกแห่งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา หากมีขบวนการไหนที่คิดว่าคลาดเคลื่อนไม่เป็นไปตามระเบียบกฎหมายสามารถทักท้วงคัดค้านต่อ กปน. เพื่อเป็นข้อมูลในการตรวจสอบของ กกต. ขณะเดียวกันก็สามารถติดตามผลการนับคะแนนได้ทางเว็บไซต์ของ กทม. และของเมืองพัทยา ส่วนการประกาศผลเลือกตั้ง กทม. และ เมืองพัทยา ตามกฎหมายกำหนดว่ากรณีเขต ไม่มีเรื่องร้องเรียน หรือการร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือคัดค้านการนับคะแนน กกต. จะพิจารณาประกาศผลภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้ง หากมีเรื่องร้องเรียนร้องคัดค้าน อาจจะมีการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือกระบวนการใด อย่างช้าที่สุดจะต้องประกาศผลภายใน 60 วัน


ว่าที่ ร.ต.ภาสกร ยังกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือกตั้งในวันนี้ เพื่อไม่ให้ถูกจำกัดสิทธิ์ต้องไปแจ้งเหตุจำเป็นอันไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ตั้งแต่วันนี้ 28 มิ.ย. จนถึง วันที่ 5 ก.ค.นี้ หรือแจ้งในแอปพลิเคชัน Smart Vote, เว็บไซต์สำนักบริหารการทะเบียนกรมการปกครอง, แจ้งด้วยตนเองหรือมอบหมายผู้อื่นไปยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอหรือนายทะเบียนท้องถิ่น, สามารถแจ้งทางไปรษณีย์ถึงนายทะเบียนท้องถิ่นได้ หากไม่แจ้งเหตุอันไม่อาจไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งได้จะถูกจำกัดสิทธิ์ทางการเมือง 2 ปี


เมื่อถามว่ากรณีผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ใช้สิทธิแค่ผู้ว่า กทม. แต่ไม่ได้ใช้สิทธิเลือก สก. จะเกิดปัญหาบัตรเขย่งหรือไม่ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า กกต. ได้มีการเน้นย้ำว่าบุคคลพิเศษที่มีสิทธิเลือกตั้งประเภทเดียว กรรมการก็จะมีกระบวนการควบคุม ดังนั้นจึงมีการแจกบัตรเพียงแค่ใบเดียว โอกาสที่จะเกิดบัตรเขย่งนั้นน้อยมาก หรือแทบไม่เกิดขึ้นเลย แต่ถ้าเกิดขึ้น กกต. จะต้องนำเรื่องนี้มาพิจารณาว่าจะให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่หรือไม่ เมื่อผลการนับคะแนนออกมาแล้วว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีจำนวนไม่ตรงกัน กรณีนี้จะนำไปสู่การสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่หรือนับคะแนนใหม่ หรือกรณีการนับคะแนนอาจเป็นไปด้วยความไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง


เมื่อถามว่า หลังการนับคะแนนจะต้องมีการจับตาผลการนับคะแนนของกรรมการประจำหน่วยหรือไม่ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า อยากเชิญชวนประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบว่ากระบวนการนับคะแนนว่าเป็นไปด้วยความถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เมื่อสังเกตการณ์และพบว่าการคะแนนกับขีดคะแนนไม่ตรงกัน หรือการวินิจฉัยของกรรมการอาจจะไม่เป็นที่ถูกใจ ก็สามารถทักท้วงหรือคัดค้านต่อกรรมการได้เลย และกรรมการจะวินิจฉัย และแจกเอกสารทักท้วง โดยสามารถนำเอกสารดังกล่าวมาร้องให้กับ กกต. ได้หากไม่สบายใจหรือคิดว่ากระบวนการไม่ถูกต้อง ซึ่งจะเป็นข้อมูลในการประกอบการพิจารณาของ กกต. ด้วยความรวดเร็ว


ส่วนกรณีเกิดพายุฝนกระหน่ำจะส่งผลกระทบให้บัตรเลือกตั้งเกิดความเสียหายหรือไม่นั้น ว่าที่ ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทุกหน่วยพบว่าบัตรเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากไม่สามารถนับคะแนนได้ หรือนับคะแนนไปแล้วบางส่วนหรือยังไม่เริ่มกระบวนการนับคะแนน กฎหมายให้กรรมการประจำหน่วยประกาศงดการนับคะแนน และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ก็จะประกาศให้มีการนับคะแนนใหม่ภายใน 3 วัน หากกระบวนการลงคะแนนไม่เรียบร้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการนับคะแนนใหม่ แสดงว่ากระบวนการทุกอย่างยังเหมือนเดิม แต่จะต้องนับคะแนนให้ถูกต้อง โดยอยากให้เกิดความสบายใจว่ากระบวนการควบคุมหรือกระบวนการเก็บรักษาเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย


เมื่อถามว่ากรณีบิดาของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่มีชื่อในหน่วยเลือกตั้งนั้น ว่าที่ร.ต.ภาสกร กล่าวว่า อยากขอชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน โดยในการตรวจสอบการเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1. ต้องตรวจสอบบัญชีรายชื่อ 2.ตรวจสอบจากหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะระบุว่าท่านมีสิทธิเลือกตั้งที่ไหน และ 3.ตรวจสอบได้จากแอปพลิเคชัน Smart vote หรือเว็บไซต์ของกรมการปกครอง โดยในกรณีนี้หากมีการเปลี่ยนเลขที่บ้าน มีการย้ายทะเบียนบ้าน แสดงว่าหน่วยเลือกตั้งอาจไม่ใช่หน่วยปัจจุบัน อาจจะต้องขยับไปอีกหน่วยหนึ่งตามทะเบียนบ้าน ที่สำนักทะเบียนได้มีการประกาศไว้ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนบ้าง แต่กระบวนการทุกอย่างถูกต้อง เพียงแต่มีการย้ายและเปลี่ยนแปลงบ้านเลขที่เท่านั้น


เมื่อถามว่าหากประเมินผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าครั้งที่ผ่านมา กกต.จะมีการทบทวนการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ประชาชนเกิดความตื่นตัวอย่างไรบ้าง รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่า เรื่องนี้กกต.ค่อนข้างกังวล ซึ่งกกต.อยากให้มีการรณรงค์ โดยก็ได้ให้กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาได้ช่วยประชาสัมพันธ์ แต่สิ่งสำคัญคือความสนใจจากประชาชน การตระหนักความสำคัญของการเลือกผู้แทนมาบริหาร ซึ่งเป็นโจทย์จะต้องกลับมาคิดทบทวนพอสมควร ในอนาคตจะทำอย่างไรให้ประชาชนเกิดความตระหนักและให้ความสำคัญอย่างไร เนื่องจากจะต้องเข้ามาบริหารงบประมาณมหาศาล จึงต้องให้ทุกฝ่ายตระหนักในเรื่องนี้ กกต.อาจจะรณรงค์เชิญชวนอย่างเดียว แต่เรื่องของความตระหนักต้องฝากไว้ที่ประชาชน ส่วนเรื่องร้องเรียนการเลือกตั้งทั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จนถึงขนาดนี้ยังไม่มีการรายงานเข้ามา แต่กกต.ก็ได้เน้นย้ำให้การเลือกตั้งเป็นบันทึกความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายได้

คลิกเพื่อร่วมติดตาม “ไทยรัฐ” รายงานผลนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ https://www.thairath.co.th/bkkelection69