อดีต รมช.มหาดไทย สั่งฝ่ายกฎหมายดำเนินคดีปมคลิปเสียงพาดพิงเอี่ยวทุจริตซื้อขายตำแหน่งข้าราชการท้องถิ่น ยันไม่เคยทำเรื่องทุจริต 


วันที่ 28 มิถุนายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงพาดพิงระบุว่า มีรัฐมนตรีช่วยรายหนึ่งเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นว่า ตนได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเร่งรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อบุคคลที่ออกมาพูด รวมถึงคลิปเสียงที่ถูกนำมาเผยแพร่ ว่ามีการพาดพิงถึงบุคคลใดและเชื่อมโยงมาถึงตนเองหรือไม่ และจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัดที่สุด เพราะต้องการให้เรื่องนี้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้มีการนำคลิปเสียงมากระพือข่าวแบบกำกวม และตนไม่เห็นด้วยกับการพูดกลับไปกลับมา ซึ่งหากคลิปดังกล่าวทำให้ประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้อง ตนก็ถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง

เมื่อถามถึงรายละเอียดในคลิปเสียง นายทรงศักดิ์ระบุว่า จากที่ติดตามดูข่าวพบว่าเป็นเสียงจริงแต่มีการดูดเสียงบางช่วงออกไป ทว่าหากไปฟังคลิปตัวเต็มก็จะพบว่าคนในคลิปพูดจาค่อนข้างสับสนอยู่พอสมควรว่าหมายถึงใครกันแน่ และดูแล้วไม่ได้พุ่งเป้ามาที่ตนโดยตรง แต่เป็นการไปพาดพิงถึงคนอื่น แล้วลากมาเกี่ยวโยงกับตนเพียงเพราะตนดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น

“ผมขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ผมไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้ และสำหรับคนชื่อ “ส้ม” หรือคนชื่อ “กิจ” ที่ถูกอ้างถึงในคลิปนั้น ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมไม่รู้จักว่าเขาเป็นใคร” นายทรงศักดิ์ กล่าว

ส่วนประเด็นที่มีนักวิชาการวิเคราะห์ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้ เกิดจากการกระทบกระทั่งและขัดแย้งกันเองของข้าราชการภายในเพื่อขย่มเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญ นายทรงศักดิ์ปฏิเสธกระแสดังกล่าว โดยมองว่าเป็นเพียงมุมมองที่แตกต่างกันของคนภายนอก กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงเก่าแก่ ทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้ประชาชนมาโดยตลอด ตอนที่ตนทำงานอยู่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร วันนี้ก็เช่นกันการทำงานอาจมีความเห็นที่ไม่ตรงกันบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการทำงาน แต่ไม่ได้มีความขัดแย้งรุนแรงจนถึงขั้นเกิดวิกฤตศรัทธาอย่างที่หลายคนกังวล

...

นายทรงศักดิ์ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ในช่วงที่ตนยังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยอยู่นั้น เคยมี สส. ตั้งกระทู้ถามเรื่องนี้ในสภามาแล้ว ซึ่งในสมัยที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้นำบทเรียนนั้นมาปิดช่องว่าง โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการป้องกันการทุจริตอย่างเต็มที่ อีกทั้งนายอนุทินยังได้เน้นย้ำกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ไปแล้วว่า ต้องรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เดินหน้ายึดทรัพย์และลงโทษขั้นสูงสุด

“เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ข้อสอบจริงมีอยู่แล้วและถูกเก็บไว้ในห้องมั่นคงเพื่อสแกนคำตอบไว้ ถ้าอยากรู้ว่าใครสอบได้จริงหรือไม่ ก็แค่เอาคำตอบจริงในห้องมั่นคงมาตรวจเช็กดู ผมเชื่อมั่นว่าในที่สุดแล้วความจริงจะปรากฏแน่นอน” นายทรงศักดิ์ กล่าวอย่างมั่นใจ