กรรมาธิการ ป.ป.ช.ลงพื้นที่ชายหาดชื่อดังเมืองภูเก็ต คดีบุกรุกป่าสงวนฯ สั่งตำรวจเร่งรัดใน 90 วัน ขีดเส้นตาย 15 วันส่งหลักฐานทั้งหมด


วันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเชิงรุกบริเวณหาดนุ้ยและหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต เพื่อเกาะติดความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพล และขบวนการใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็น “นอมินี” ถือครองที่ดินแทนกลุ่มทุนต่างชาติ

นายอาสพลธ์ เปิดเผยภายหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพแวดล้อมและแนวเขตที่ดินจริงในทั้ง 2 จุดสำคัญ โดยในส่วนของหาดนุ้ยศาลสั่งเพิกถอนแล้ว แต่พบงอกเพิ่มอีก 7 แปลงต้องสงสัย ที่อาจเข้าข่ายการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบเช่นกัน หลังจากนี้ทาง กมธ. จะทำการรวบรวมข้อเท็จจริง และเตรียมเชิญหน่วยงานหลัก อาทิ กรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้ามาชี้แจงข้อมูล หากพบความผิดปกติจริงจะดำเนินการสั่งเพิกถอนเพิ่มเติมทันที

สำหรับพื้นที่ "หาดฟรีดอม" จากข้อมูลของกรมที่ดินพบว่า มีการแบ่งแปลงที่ดินออกเป็น 9 แปลง ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนเอกสารสิทธิไปแล้ว 2 แปลงเนื่องจากออกโดยมิชอบ ส่วนที่เหลืออีก 7 แปลง ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เพราะมีข้อสงสัยอย่างรุนแรงว่าอาจเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์

นอกจากนี้ ยังพบคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณหาดฟรีดอมค้างเก่าอยู่อีกถึง 24 คดี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสถานีตำรวจในพื้นที่ แต่ที่ผ่านมาบางคดียังไม่สามารถติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษได้ ทาง กมธ.ป.ป.ช. จึงได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เร่งรัดทำคดี โดยกำหนดกรอบเวลาให้รายงานความคืบหน้าภายใน 90 วัน เพื่อตรวจสอบว่ามีความล่าช้าหรือเกียร์ว่างหรือไม่

...

“สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการฯ ในภาพรวมนั้น เรายังไม่ได้กำหนดวันสิ้นสุด แต่ในขั้นต้นเพื่อความรวดเร็ว ผมได้ขอความร่วมมือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวบรวมเอกสารสิทธิ ประวัติ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ส่งมายังคณะกรรมาธิการฯ ภายใน 15 วัน โดยส่งผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ต เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเชิงลึกตามอำนาจหน้าที่ของสภาฯ ต่อไป” นายอาสพลธ์ กล่าวเน้นย้ำ