ม.ล.กรกสิวัฒน์  ลุยเสาชิงช้า โค้งสุดท้าย ชูวิสัยทัศน์ “ศาลาว่าการ กทม. เพื่อประชาชน” ปฏิรูประบบราชการด้วย AI เปิดพื้นที่สร้างศูนย์การเรียนรู้และ Think Tank ของคนกรุง


วันที่ 26 มิถุนายน 2569  ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี  ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 1 ลงพื้นที่พบปะประชาชนบริเวณเสาชิงช้าและรอบศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พร้อมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการในพื้นที่ ก่อนประกาศวิสัยทัศน์การพลิกโฉมศาลาว่าการกรุงเทพมหานครให้เป็น “ศาลาว่าการของประชาชน” ที่เปิดกว้าง โปร่งใส และเป็นศูนย์กลางแห่งองค์ความรู้ นวัตกรรม และการมีส่วนร่วมของคนกรุงเทพฯ


ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครไม่ควรเป็นเพียงสถานที่ปฏิบัติงานของหน่วยงานราชการ แต่ควรเป็น “บ้านของคนกรุงเทพฯ” ที่ประชาชนสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการร่วมออกแบบอนาคตของเมือง


เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าว หม่อมกรได้เสนอนโยบาย “Bangkok Civic Center : ศาลาว่าการเพื่อคนกรุงเทพฯ” โดยมีแนวทางดำเนินการสำคัญ ดังนี้


1. ปฏิรูประบบการทำงานของกรุงเทพมหานครด้วย AI และเทคโนโลยีดิจิทัล


เร่งยกระดับการทำงานของข้าราชการและบุคลากรกรุงเทพมหานครด้วยการนำเทคโนโลยี AI และระบบดิจิทัลมาใช้ในการบริหารงาน ลดขั้นตอนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดการใช้เอกสาร และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และตรวจสอบได้


นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกัน ลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อกำหนดนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนได้อย่างแม่นยำ

...


2. ปรับพื้นที่สำนักงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด คืนพื้นที่ให้ประชาชน


เมื่อระบบการทำงานเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความจำเป็นในการใช้พื้นที่สำนักงานจำนวนมากจะลดลง กรุงเทพมหานครจะทยอยปรับพื้นที่บางส่วนของศาลาว่าการให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน โดยยังคงประสิทธิภาพการทำงานของหน่วยงานราชการไว้ครบถ้วน


พื้นที่ที่ได้รับการปรับปรุงจะถูกพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ พื้นที่จัดนิทรรศการ ห้องประชุมสาธารณะ Co-working Space และพื้นที่สร้างสรรค์ที่ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้ประกอบการสามารถเข้ามาใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี


3. จัดตั้ง “Bangkok Think Tank” เปิดพื้นที่ให้คนกรุงเทพฯ ร่วมออกแบบเมือง


โดยเสนอให้ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางการระดมสมองของเมือง โดยจัดตั้ง Bangkok Think Tank เปิดโอกาสให้ประชาชน นักวิชาการ ภาคธุรกิจ เยาวชน สตาร์ทอัพ และภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมในการเสนอแนวคิดและนวัตกรรมเพื่อพัฒนาเมือง ผ่านเวทีเสวนา ห้องทดลองนโยบาย (Policy Lab) และกิจกรรมด้านนวัตกรรมเมืองอย่างต่อเนื่อง


4. สร้างศาลาว่าการกรุงเทพมหานครให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งการเรียนรู้ของเมือง


ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครจะได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ การบริหารเมือง และนวัตกรรมด้านการพัฒนาเมือง พร้อมจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับกรุงเทพมหานครในรูปแบบดิจิทัลและสื่อโต้ตอบ เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้เรื่องราวของเมืองได้อย่างทันสมัย และกลายเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร


ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า เมืองชั้นนำของโลกหลายแห่งได้เปิดพื้นที่ราชการให้เป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับประชาชน กรุงเทพฯ ก็ควรก้าวไปในทิศทางเดียวกัน โดยใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และคืนพื้นที่อันมีคุณค่าให้กับคนเมือง


ม.ล.กรกสิวัฒน์ กล่าวว่า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครต้องไม่ใช่สถานที่ที่ประชาชนรู้สึกเข้าถึงยาก แต่ต้องเป็นบ้านของคนกรุงเทพฯ ทุกคน เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของเมือง การนำ AI และเทคโนโลยีมาใช้ไม่ใช่เพื่อลดคน แต่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการ ให้มีเวลาทำงานเชิงนโยบายและบริการประชาชนมากขึ้น พร้อมคืนพื้นที่ส่วนหนึ่งของศาลาว่าการให้กลายเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกคนภาคภูมิใจและเข้าถึงได้อย่างแท้จริง