“พล.อ.อนันตพร” อดีตประธาน กมธ.ไอซีที วุฒิสภา แจงบอร์ดสรรหากรรมการ กสทช. ยัน “หมอสรณ” ขาดคุณสมบัติประธาน กสทช. ด้าน “ประพันธ์ คูณมี” ชี้ทั้งขัดและฝ่าฝืน พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 มิถุนายน 2569 พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะอดีตประธานกรรมาธิการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา เข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสรรหากรรมการ กสทช. กรณีการขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช.ว่า ตนและคณะมาชี้แจงเพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง สาเหตุที่คดีนี้ล่าช้าไปประมาณปีกว่า เพราะที่ผ่านมา ไม่สามารถบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา และศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยแล้วว่า ให้คณะกรรมการสรรหาฯเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งคิดว่า วันนี้ (26 มิ.ย.) คณะกรรมการสรรหาฯน่าจะพิจารณาเสร็จ เพราะเราได้ให้ข้อเท็จจริงไปหมดแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่า จะให้เวลากรรมการสรรหาฯไปอ่านเอกสารอีกครั้งหรือไม่ จึงอยู่ที่ว่าคณะกรรมการสรรหาฯ ว่าจะลงมติเมื่อไหร่ แต่คาดว่าคณะกรรมการสรรหาฯ จะประชุมกันอีกไม่เกิน 1 ครั้งก็คงจะมีมติ
เมื่อถามว่า หากผลการตัดสินออกมาตามข้อมูลปรากฏ จะมีผลย้อนหลังต่อการทำหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช.หรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ถ้าพิจารณาตามกฎหมาย เขาบอกว่ามีผลตั้งแต่วันที่ขาดคุณสมบัติ ซึ่งกรณีนี้เกิดเหตุก่อนที่จะนำชื่อขึ้นโปรดเกล้าฯ ก็ถือว่า ขาดคุณสมบัติตั้งแต่วันนั้น กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน เมื่อถามว่า คิดว่าข้อมูลที่มีอยู่จะมีน้ำหนักเพียงพอ นำไปสู่การตัดสินของคณะกรรมการสรรหาฯ และมีข้อสรุปที่ชัดเจนหรือไม่ พล.อ.อนันตพร กล่าวว่า ข้อเท็จจริงที่ทำไป มีเอกสารและบันทึกการประชุมรองรับ ที่ได้ประชุมร่วมกันถึง 16 ครั้ง และมีคนยืนยันตามที่มีการร้องเรียนมา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานของรัฐและเอกชน เราไม่อยากบอกว่าถูกหรือไม่ แต่เอกสารยืนยันชัดเจนว่า นพ.สรณ ขัดต่อพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) กสทช. จึงคิดว่ากรรมการสรรหาฯ ต้องนำประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณา เพราะเป็นข้อเท็จจริงที่สำคัญกว่ากระบวนการ
...
ด้านนายประพันธ์ คูณมี อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีต กมธ.ไอซีที วุฒิสภา กล่าวเสริมว่า พล.อ.อนันตพร ได้พูดถึงเหตุผลและที่มาว่า ทำไม กมธ.ไอซีที จึงรับเรื่องนี้มาสอบข้อเท็จจริง เป็นเพราะนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภาในขณะนั้น เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียน แล้วส่งมาให้ กมธ.ไอซีที เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตามที่ผู้ร้องร้องหรือไม่ เนื่องจากมีการร้องว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ขัดต่อกฎหมาย เป็นการกระทำฝ่าฝืน พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ จึงเห็นว่าน่าจะขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการ กสทช.แล้ว ซึ่ง กมธ.ได้ตรวจสอบและส่งรายงานต่อประธานวุฒิสภาในขณะนั้นแล้วว่า นพ.สรณ มีคุณสมบัติ มีลักษณะที่ขัดต่อกฎหมายจริง จึงถือว่าเสร็จสิ้นการทำหน้าที่ของ กมธ.ไอซีที แล้ว เพราะขอให้ตรวจสอบแค่ข้อเท็จจริงเท่านั้น ส่วนหน้าที่ในการวินิจฉัยว่า ประธาน กสทช. ขาดคุณสมบัติ และพ้นจากตำแหน่งหรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการสรรหาฯ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้วินิจฉัยแล้ว โดยกรรมการสรรหาฯ อยู่ระหว่างการพิจารณา
“คณะกมธ.ไอซีที ชุดที่แล้ว มายืนยันข้อเท็จจริงว่า เราได้ตรวจสอบจริง และได้มีหลักฐานจากมหาวิทยาลัยมหิดล ส่งมาให้ กมธ. รวมถึง ภ.ง.ด.40 จากกรมสรรพากรที่ได้ส่งมาให้ รวมทั้งเอกสารของธนาคาร,ตลาดหลักทรัพย์ และจากทุกหน่วยงาน ได้ส่งมาให้เราเป็นผู้รวบรวม และพบข้อเท็จจริงว่า เป็นไปตามที่ได้มีการกล่าวหาจริง ซึ่งเราก็ได้ยืนยันกับกรรมการสรรหาฯ ไปแล้ว”