“ศิริภา” แฉ io บุกถล่มเพจ “อดีตนายกฯ ชวน” หลังพูดเรื่องคอร์รัปชั่นระหว่างหาเสียงช่วย “อนุชา” เป็นผู้ว่าฯกทม. แกนนำ “อภิสิทธิ์-สกลธี” โดนด้วย จี้เลิกได้เลิกหมดยุคโจมตีข้อมูลเท็จแล้ว
วันที่ 26 มิถุนายน 2569 น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook กรณีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ ช่วย นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. เบอร์5 พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งในเพจ ชวน หลีกภัย Chuan Leekpai ได้มีการโพสต์ภาพ การลงพื้นที่ช่วยหาเสียงของนายชวน และย้ำถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น และการยึดหลักการเมืองสุจริต แต่กลับมีคอมเมนต์เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะข้อความเดียวกันจำนวนมาก
โดย น.ส.ศิริภา ได้โพสต์ตัวอย่างข้อความ พร้อมระบุว่า เพจท่านชวนนี้ดีอย่าง ไม่เคยปิดกั้นหรือลบความเห็นต่าง พร้อมรับฟังทุกความเห็น แต่ที่สนใจมากวันนี้คือ นายชวน หลีกภัย ไปลงพื้นที่ขอคะแนนเสียงสนับสนุน นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แตะเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต กลับเจอ io มาถล่มด้วยความเห็นที่หยาบคาย แสดงว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นกังวลกับการลงพื้นที่ของนายชวน หลีกภัยเป็นอย่างมาก
แต่ที่อยากจะบอกทีม io ว่า ทีม io ท่านกากมาก ชนิดที่ ai แบบไม่ต้องเสียค่าสมาชิกก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่ามันคือบัญชีฟาร์ม สามารถตรวจจับความเป็น io ของท่านได้อย่างง่ายดายมาก หากเข้าไปดูพวกความเห็นเชิงลบ มันจะมาจากบัญชีที่
1. รูปโปรไฟล์ปิดหน้า ตามด้วยรูปอนิเมะ คือเอารูปเดียวกัน เอามาหันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง เปลี่ยนแสกผม พยายามน้อยไปหน่อย
2. โพสต์รีไซเคิล คำต่อคำ รูปต่อ คือมันแชร์คอนเทนต์เดียวกัน มันคงไม่ได้บังเอิญที่คนมาโพสต์ขายครีมยี่ห้อเดียวกันหมด แชร์โพสต์ซ้ำๆกันหลายๆโพสต์ อีกทั้งยังโพสต์ในวันเวลาเดียวกัน
...
3. โปรไฟล์แห้งมาก ไม่มีตัวตนจริง
4. ชื่อไม่ตรงกับคอนเทนต์ สร้างมาเพื่อรีโพสต์กันเอง ปั้น engagement กันเอง
5. เพื่อนชุดเดียวกันหมด friend list ซ้ำๆ
แนะนำเลิกได้ให้เลิก กับการใช้ io ให้ข้อมูลเท็จ และโจมตีผู้อื่น เพราะมันหมดยุคของการโจมตีด้วยข้อมูลเท็จ และให้เริ่มต้นทำดีให้คนเขารักจริง ๆ
ปชป. เจอศึกหนัก อวตารระดมคอมเมนต์ถล่มโซเชียลพรรค-แกนนำ
ขณะที่มีรายงานว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญกับความท้าทายทางดิจิทัลรอบด้าน ทั้งการระดมคอมเมนต์โจมตีจากเครือข่ายบัญชีที่คาดว่าเป็น “IO”อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่เว็บไซต์ทางการ เพจเฟซบุ๊กของพรรค ไปจนถึงพื้นที่ออนไลน์ของบุคคลระดับแกนนำ อาทิ ชวน หลีกภัย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สกลธี ภัททิยกุล รวมถึงเพจของ อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. กำลังตกเป็นเป้าหมายของการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบอย่างผิดปกติ
จากการตรวจสอบพฤติกรรมในช่องคอมเมนต์ พบสัญญาณของพฤติกรรมที่เข้าข่ายเป็น “เครือข่ายบัญชี”(Coordinated Inauthentic Behavior - CIB) ที่ประสานเชื่อมโยงกันด้วยจังหวะเวลาที่ผิดธรรมชาติบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อสร้างความเข้าใจผิด และมีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์เพื่อควบคุมหรือชี้นำกระแสการพูดคุยในสังคม โดยหวังให้เป็นการลดทอนความน่าเชื่อถือของผู้สมัครและนโยบายพรรค โดยลักษณะการเข้ากระทำการมีความผิดสังเกตอย่างเด่นชัด คือการระดมเข้ามาคอมเมนต์พร้อมๆ กันในเวลาสั้นๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งโพสต์ที่ถูกโจมตีหนัก คือโพสต์ที่พูดถึง “การเมืองสุจริต เลือกคนซื่อสัตย์” และโพสต์ที่เชิญชวนให้มาร่วมฟังการปราศรัยใหญ่ของพรรคฯ ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน นี้ และเมื่อกระทำการจนครบตามจำนวนเป้าหมายในเพจนั้นๆ แล้ว บัญชีกลุ่มดังกล่าวก็จะย้ายไปปฏิบัติการลักษณะเดียวกันในเพจอื่นของแกนนำพรรคเป็นทอดๆ ต่อไป
ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงลักษณะเนื้อหาคอมเมนต์เหล่านี้ว่า เป็นการนำเอาวาทกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือใช้ชุดความคิด ความเชื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้น โดยหวังจะให้เป็นการกำหนดทิศทางหรือชี้นำสังคมให้เกิดความเข้าใจผิด ข้อความส่วนใหญ่เป็นวาทกรรมเก่าๆ ที่มักถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมหรือแย่งชิงอำนาจ มีลักษณะคัดลอกกันมาเพื่อกระจายวาทกรรมตามที่วางแผนมาให้เผยแพร่ โดยผู้คอมเมนต์เหล่านี้ไม่ได้มีการกลั่นกรองด้วยถ้อยคำใหม่ และมักเป็นคอมเมนต์ที่จงใจขึ้นต้นประโยคเหมือนกัน แล้วบิดท้ายประโยคเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงระบบตรวจจับสแปม ซึ่งยุคของการโจมตีด้วยข้อมูลเท็จ และข้อมูลที่บิดเบือนเหล่านี้ควรหมดไป และหันมาเริ่มต้นสร้างสรรค์การเมืองด้วยความจริงใจเพื่อให้โซเชียลมีเดียกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่ส่งตรงถึงประชาชนได้อย่างแท้จริง
นอกเหนือจากปฏิบัติการบนโซเชียลมีเดียแล้ว ยังพบความผิดปกติที่เว็บไซต์ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประสบปัญหาล่มในช่วงวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา จากการตรวจสอบสถิติปริมาณผู้เข้าชม พบข้อมูลที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า มีการจราจรของข้อมูล (Traffic) จำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา และจาเมกา ที่มีตัวเลขสูงกว่าการเข้าชมจากประเทศไทยอย่างผิดปกติ ข้อมูลชุดนี้สร้างน้ำหนักให้กับข้อสมมติฐานที่ว่าอาจมีการโจมตีระบบเครือข่ายด้วยการใช้ VPN เพื่ออำพรางตัวตนและรุมถล่มเว็บไซต์พรรคอีกด้วย
แม้ว่าการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์จะเป็นสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย แต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในศึกชิงเก้าอี้เสาชิงช้าครั้งนี้ ได้สะท้อนความท้าทายการเมืองในยุคดิจิทัล ที่ชวนให้สังคมหันมาตระหนักถึง “สุขภาวะทางดิจิทัล” และร่วมกันสนับสนุนให้การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนทางความคิดอย่างมีอารยะ เป็นพลังบวกที่ช่วยขับเคลื่อนเมืองหลวงให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งทุกภาคส่วนควรหันมาให้ความสำคัญถึงการสร้าง “พื้นที่สื่อสารที่ปลอดภัยและโปร่งใส” มุ่งสู้กันด้วยเนื้อหานโยบายและความจริงใจ มากกว่าการใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีมาดิสเครดิตกัน