“กมธ.ที่ดินฯ สภาฯ” เปิดพื้นที่ ทุกฝ่ายเคลียร์ใจปมที่ดินป่าลาน “กุลวลี” ย้ำยึดข้อกฎหมาย ความถูกต้อง “รมว.ทส.” ไฟเขียวพิสูจน์สิทธิรายแปลง ไม่เหมารวม ให้ชาวบ้านดั้งเดิมได้สิทธิที่ดิน
เมื่อเวลา 13.05 น. วันที่ 25 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.กุลวลี นพอมรบดี สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร พร้อมนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(รมว.ทส.), นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, นายภาณุเดช เกิดมะลิ ประธานมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร และนายธนพร ศรียางกูร นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ร่วมแถลงหลังการประชุมกมธ.การที่ดินฯ ที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคประชาชน เข้าชี้แจงให้ข้อมูลการพิจารณาผลการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2566
น.ส.กุลวลี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญในเรื่องการพิสูจน์สิทธิ นายสุชาติ รมว.ทรัพยากรฯ ได้มีการตั้งคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิเป็นรายแปลงแล้ว วานนี้ (24 มิ.ย.) ซึ่งตนในฐานะประธานกมธ. จะมอบให้นายชัยวัฒน์ ในฐานะที่ปรึกษากมธ.ฯ เข้าไปร่วมอยู่ในคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิด้วยเพื่อร่วมตรวจสอบในประเด็นที่สงสัย กรณีที่ ส.ป.ก.บวมต้องเอาคืนกลับมา ใครทำถูกต้องก็ได้สิทธิไป ใครทำผิดต้องถูกดำเนินคดี วันนี้เราเปิดใจคุยเพื่อสางประเด็นปัญหาที่คาใจ เพราะที่ผ่านมาข้อมูลกระจัดกระจาย กมธ.จึงเป็นเวทีกลางให้มาคุยหาทางออกร่วมกัน เช่น การตรวจสอบพิสูจน์สิทธิ ทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(สคทช.) เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะทบทวนหรือปรับเปลี่ยนมติครม. วันที่ 14 มิ.ย. 66 เป็นการเปลี่ยนจาก ส.ป.ก.ไปให้ สคทช.บริหาร เพื่อความโปร่งใสมากขึ้น และยืนยันว่า “ทับลานโมเดล” จะไม่มีการนำไปใช้พื้นที่อื่น ๆ อีก
...
ด้านนายสุชาติ กล่าวว่า ตนเปิดใจทั้งหมดให้ทุกฝ่ายทราบในกมธ.เพื่อที่ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ในการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานาน ต้องยอมรับว่าประเด็นที่มูลนิธิสืบฯ และนายชัยวัฒน์ ไม่สบายใจ เราได้เคลียร์ทุกประเด็นว่า ทุกอย่างเราจะพิสูจน์สิทธิประชาชน ยึดถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกลุ่มนายทุนที่อยู่นอก ส.ป.ก. หรือ ส.ป.ก.บวม เราจะใช้กฎหมายตามมาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 และนโยบายคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ(คทช.) เข้ามาควบคุม ย้ำว่ากลุ่มนายทุนไม่มีเล็ดลอดสายตาไปได้ เพราะมีทั้งมูลนิธิสืบฯ และนายชัยวัฒน์ เข้ามาร่วมตรวจสอบด้วย ตนไม่มีเอื้อประโยชน์นายทุน เพียงต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์ในสิทธิความชอบธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็กำชับตนมาว่า ต้องให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ทั้งภาคอนุรักษ์ก็ต้องให้เวทีเขาในการแสดงออกถึงความกังวล ภาครัฐบาลก็ต้องดำเนินการให้ได้ ขณะที่กมธ.ที่ดินฯ ก็ไม่มีแบ่งขั้วพรรคการเมือง ทั้งนี้ ในวันที่ 28 มิ.ย. นี้ ตนจะลงพื้นที่ทับลานเพื่อตรวจสอบด้วย เชื่อว่าคณะกรรมการพิสูจน์สิทธิที่ตนแต่งตั้ง จะดำเนินการจบแน่นอน
ขณะที่นายภาณุเดช กล่าวว่า นอกจากการพิสูจน์สิทธิแล้ว อยากให้กมธ.และฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับป่า และสัตว์ป่า รวมทั้งพื้นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายากในพื้นที่นี้ ก็ต้องอยู่ได้ด้วย เพื่อให้เหมาะสมกับการเป็นผืนป่ามรดกโลก ส่วนกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไรให้ได้รับการแก้ไขปัญหาจริงๆ ไม่ใช่กลุ่มนายทุน หรือบุคคลภายนอก
ส่วนนายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ที่ประชุม กมธ.ได้ปลดพันธนาการคำว่า โมเดลจาก รมว.ทส. เพราะเรากังวลว่าโมเดลของทับลาน จะถูกนำไปใช้ในพื้นที่อุทยานฯอื่น ซึ่งเป็นปมที่ติดค้างคาใจตนว่า จะทำอย่างไร ซึ่งนายสุชาติได้ยืนยันแล้วว่า จะไม่มีโมเดลนี้ไปยังพื้นที่อื่น ตนก็สบายใจ ประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ตัวจริง ที่อยู่มาตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยย้ายถิ่น หรือซื้อขายเปลี่ยนมือ ยืนยันว่า ท่านมีสิทธิครอบครองที่ดินแน่นอน ส่วนโซนที่ 1 ที่มีการออกโฉนด สปก.แล้วแบบถูกต้อง ก็อย่าตกใจ เพราะตรงนั้นเป็นของ สปก.อยู่แล้ว อย่าไปขยายผลว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นโรงเรียนหรือปั๊มน้ำมันไปหมดแล้ว
“เรายอมรับผิดว่ากรมอุทยานฯ ขีดเส้นทับที่ดิน สปก.จริง และได้ประกาศในปี 2521 จำนวน 3 กลุ่ม ทั้งหมด 5 หมื่นกว่าไร่ แต่ในส่วนกลุ่มที่ 2 จะต้องมีการพิสูจน์ และขอฝากไปถึงราษฎร 23 คน ที่เคยถูกจับกุมก่อนที่จะมีกฎหมายมาตรา 64 ที่เวลานั้น เขาเป็นคนเดิมแต่เปลี่ยนอาชีพ หรือในเวลานั้นเขาอยู่ผิดอาชีพ จึงอยากฝาก รมว.ทส.ว่าให้ช่วยเหลือคนเหล่านั้น เขาจะได้มีกำลังใจ ไม่ได้หมายความว่า การที่มีคนคัดค้าน ต้องเอาคนออกหมด เพราะถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเขา หรืออาจจะให้มีมติ ครม.ใหม่ เพื่อ 23 คนนี้ก็ได้” นายชัยวัฒน์ กล่าว