รองประธานกมธ.การเงิน การคลัง สภาฯ รับหนังสือขอให้ตรวจสอบตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง วอน กมธ. หาแนวทางและมาตรการคุ้มครองประชาชน


เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 มิ.ย. 2569 นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู รองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน คนที่หนึ่ง และคณะกมธ. รับยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) โบรกเกอร์ Forex และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และผู้เสียหาย


เนื่องจากมีผู้ถูกหลอกลวงให้ลงทุนในตลาดซื้อขาย Forex จากโบรกเกอร์ที่ผิดกฎหมายหลายราย และมีผู้เสียหายจำนวนมาก ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินมาตรการ และเปิดปฏิบัติการในการยึดทรัพย์เพื่อตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ที่ได้ใช้ช่องทางดังกล่าวในการฟอกเงิน อันนำมาซึ่งความเสียหายต่อระบบการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงินของไทยอย่างมากมายมหาศาล


โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับข้อมูล เพื่อตรวจสอบและอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งนักการเมือง และศิลปินดารา มีความเกี่ยวข้องทางเส้นทางการเงินและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกลุ่มบริษัทโบรกเกอร์นั้น ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งรัดขยายผล โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ยึดมาได้ เร่งดำเนินคดีให้มีความชัดเจนและให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายที่คาดว่าจะมีมูลค่าหลายพันล้านบาท และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เนื่องจากการหลอกลวงลงทุนจนมีผู้ได้รับความเสียหายและเดือดร้อนจำนวนมาก ทั้งนี้ ทราบว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับกรณีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษเรียบร้อยแล้วในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 เนื่องจากพบพฤติการณ์การใช้ระบบอินเทอร์เน็ตในการโฆษณาชักชวนและแนะนำให้ประชาชนเข้าร่วมลงทุนเทรด Forex ในลักษณะหลอกลวง จนเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยจะดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผลไปยังฐานความผิดอื่น ๆ ต่อไป

...


ดังนั้น จึงขอให้ กมธ. ตรวจสอบช่องว่างในการคุ้มครองประชาชนคนไทยที่ได้รับความเสียหายผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนและการซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex) ออนไลน์จากต่างประเทศ หรือบางกรณีได้รับคำแนะนำว่าต้องเกิดความเสียหายหรือมีผู้ตกเป็นเหยื่อก่อนจึงจะสามารถเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบได้ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐที่ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบเชิงป้องกันได้ มีเจ้าภาพในการให้ความคุ้มครองจากแพลตฟอร์มต่างประเทศที่สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานในประเทศไทย รับเงินจากประชาชนไทย หรือทำการตลาดแก่ประชาชนไทยได้อย่างต่อเนื่อง

หาคำตอบ 4 ปัญหาสำคัญ

โดยมีคำถามสำคัญที่ผู้เสียหายเห็นว่าควรได้รับคำตอบที่ให้ กมธ. ได้มีส่วนร่วมในการค้นหาคำตอบ คือ

1. รัฐบาลมีมาตรการใดในการติดตามและตรวจสอบเส้นทางการรับชำระเงินที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มการลงทุนจากต่างประเทศที่ให้บริการแก่ประชาชนไทย

2. เหตุใดประชาชนไทยจึงสามารถโอนเงินออกไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เกิดข้อพิพาทกลับได้รับคำตอบว่าเป็นเรื่องที่อยู่นอกอำนาจ ของหน่วยงานภายในประเทศ

3. หน่วยงานใดมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดังกล่าว แม้ยังไม่มีคำพิพากษาหรือข้อสรุปว่ามีการกระทำผิดกฎหมาย

4. รัฐบาลมีมาตรการป้องกันความเสี่ยงแก่ประชาชนอย่างเพียงพอหรือไม่ หากมีแพลตฟอร์มจากต่างประเทศที่ถูกตรวจสอบ ถูกจำกัดการให้บริการ หรือถูกขึ้นบัญชีเตือนจากต่างประเทศ แต่ยังสามารถเข้าถึงบัญชีผู้ใช้งานประเทศไทยได้ แม้ว่าการดำเนินธุรกิจจากต่างประเทศอาจมีข้อจำกัดด้านเขตอำนาจทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หลายประเทศทั่วโลกมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ออกคำเตือน หรือแม้กระทั่งจำกัดการให้บริการของแพลตฟอร์มบางแห่ง เพื่อปกป้องผู้บริโภคภายในประเทศของตนให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เปิดเผย และเป็นธรรม รับข้อมูลที่ถูกต้อง และได้รับความคุ้มครองตามสมควร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการคุ้มครองผู้บริโภคของประเทศไทย

ด้านนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู กล่าวว่า ประธานคณะ กมธ.การเงิน ฯ มีความเป็นห่วงในประเด็นนี้เป็นอย่างมาก และให้ความสำคัญกับเรื่องที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน วันนี้จะขอรับเรื่องนี้ไปพิจารณาในคณะ กมธ. และจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนต่อไป