“ภัทรพงศ์” รมช.คมนาคม สั่งตั้งคณะทำงานแก้ปัญหา “อากาศยานชนนก” ยกระดับความปลอดภัยการบิน ลดความเสียหายกว่า 530 ล้านบาทต่อปี ชี้ ปี 2568 เกิดเหตุ 1,644 ครั้ง


วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านการคมนาคมและการบินของประเทศ โดย นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการลดอุบัติเหตุอากาศยานชนนก (Bird Strike) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ลดผลกระทบต่อผู้โดยสารและสายการบิน พร้อมยกระดับความปลอดภัยทางการบินของไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

สำหรับปัญหาอากาศยานชนนก เป็นความท้าทายที่หลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน รวมถึงสร้างความเสียหายต่ออากาศยานและการดำเนินงานของสายการบิน โดยประเทศไทยซึ่งมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการอยู่อาศัยของนก ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2568 มีเหตุอากาศยานชนนกเกิดขึ้นจำนวน 1,644 ครั้ง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชิ้นส่วนสำคัญของอากาศยาน เช่น เครื่องยนต์ ส่วนหัวของเครื่องบิน และกระจกห้องนักบิน 

นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสายการบิน ทั้งการต้องนำอากาศยานเข้าตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามมาตรฐาน ความล่าช้าของเที่ยวบิน การบริหารจัดการตารางบิน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดูแลและชดเชยผู้โดยสาร รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 530 ล้านบาทต่อปี

...

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบให้จัดตั้งคณะทำงานบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาอากาศยานชนนกในระยะยาว เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ท่าอากาศยาน และสายการบิน มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนามาตรการป้องกันบนพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ

“รัฐบาลมุ่งยกระดับความปลอดภัยด้านการบินอย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากเหตุอากาศยานชนนก ลดความสูญเสียต่อผู้ประกอบการและผู้โดยสาร เสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการบินของประเทศ และผลักดันให้ประเทศไทยรักษามาตรฐานความปลอดภัยการบินในระดับสากลอย่างยั่งยืน”