“ชวน หลีกภัย” อดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตลาด ต.รวมโชค เขตลาดพร้าว หาเสียงช่วย “อนุชา” ช่วงโค้งสุดท้าย จี้แก้ส่วยแผงลอย-ต่างด้าวแย่งอาชีพ ชูการเมืองสุจริต ช่วยบ้านเมืองพ้นวิกฤต
วันที่ 25 มิถุนายน 2569 นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นางสาวศิริภา อินทวิเชียร อดีตผู้สมัคร สส.กทม. นายภาณุพงศ์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ และนายอัทรัณ มานุพีรพันธ์ ผู้สมัคร สก.เขตลาดพร้าว เบอร์ 3 ลงพื้นที่ตลาดเช้า ต.รวมโชค เขตลาดพร้าว เพื่อพบปะพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาการทำมาหากิน
...
จากการลงพื้นที่วันนี้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่แผงลอยในย่านดังกล่าว ซึ่งเป็นตลาดชุมชนเก่าแก่กว่า 40 ปี ได้ร้องเรียนต่อนายอนุชาและคณะทำงานพรรคประชาธิปัตย์ว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาการถูกไล่ที่ทำมาหากิน และหากต้องการค้าขายต่อต้องจ่ายเงินค่าที่รายเดือน เดือนละ 5,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้กลายเป็นภาระต้นทุนที่ตัดโอกาสในการทำกำไรของคนตัวเล็กตัวน้อย
ทั้งนี้ผู้ค้ายังตั้งข้อสังเกตว่า เงินจำนวนดังกล่าวจ่ายให้ใครและใครเป็นผู้สั่งเรียกเก็บ เนื่องจากสอบถามไปยังสำนักงานเขตก็ไม่ได้รับคำตอบ นอกจากนี้ ยังพบปัญหาคนต่างด้าวเข้ามาแย่งพื้นที่ค้าขาย โดยมีการสวมสิทธิ์แทนคนไทย ด้านพ่อค้าแม่ค้ายืนยันว่า พวกตนทำมาหากินอย่างสุจริต หลังขายของเสร็จสิ้นจะช่วยกันทำความสะอาดถนนให้เรียบร้อยเสมือนเป็นบ้านของตนเอง ไม่ได้สร้างความสกปรกอย่างที่หลายฝ่ายกังวล เพราะอยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นเสน่ห์ของคนในชุมชน
นายอนุชา ได้ตอบข้อซักถามถึงแนวทางแก้ไขปัญหาแผงลอยว่า มีนโยบายจัดการปัญหาดังกล่าวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด โดยเสนอให้สำนักงานเขตดำเนินการ “เอกซเรย์” ตรวจสอบพื้นที่ในแต่ละเส้นทางอย่างละเอียด เพื่อกำหนดมาตรฐานความกว้างของฟุตบาทและแบ่งโซนสำหรับการค้าขายให้ชัดเจน มีการตีเส้นและลงทะเบียนผู้ค้าอย่างเป็นระบบ
“เราจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาตรวจสอบ เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้ค้าขายเป็นตัวจริง ไม่ใช่การเช่าช่วงต่อหรือการที่คนต่างชาติมาสวมสิทธิ์แทนคนไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของเจ้าหน้าที่ได้”
ซึ่งประเด็นนี้ นายชวน ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองปัจจุบันว่า พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในแนวทาง “การเมืองสุจริต” มาโดยตลอด เพราะการเมืองที่ทุจริตส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ตั้งแต่การแต่งตั้งข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม ไปจนถึงการแทรกแซงองค์กรต่างๆ เพื่อตักตวงผลประโยชน์
ทั้งนี้ นายชวน ย้ำว่า การเมืองสุจริตเท่านั้นที่จะช่วยให้บ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตได้ และขอให้พี่น้องประชาชนพิจารณาเลือกผู้สมัครที่เชื่อมั่นว่าเป็นคนดีและมีความสามารถจริง พร้อมกับย้ำว่า หากคนกรุงเทพมหานครเลือกนายอนุชา จะทำงานอย่างโปร่งใสสุจริต และตรวจสอบได้อย่างแน่นอน
สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา เปิดเผยว่า จะจัดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป โดยจะมีหัวหน้าพรรค และบุคคลสำคัญร่วมปราศรัย พร้อมยืนยันว่าในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ พรรคได้เดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มกำลังทั้งในนามผู้ว่าฯ กทม. และผู้สมัคร สก. ทั้ง 50 เขต และพร้อมเสนอวิสัยทัศน์ด้านความหวัง โอกาส และอนาคตของกรุงเทพฯ ในอีก 4 ปีข้างหน้าให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ
“ตอนนี้กระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อยๆ พี่น้องประชาชนเริ่มเห็นถึงนโยบายที่จับต้องได้ เราจะไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเดิมๆ ที่ย่ำอยู่กับที่ แต่เราจะนำเสนอความหวัง โอกาส และอนาคตของกรุงเทพฯ ให้คนกรุงได้มั่นใจว่าจะเปลี่ยนเมืองนี้ให้ดีขึ้นกว่าเดิมครับ”