“ณัฐพงษ์” เผย “ภาวุธ” พร้อมเคลียร์ปม Forex จี้ DSI กางข้อกล่าวหาให้ชัด ปัดตอบถ้าผิดจริง คกก.สรรหาต้องลาออก สงสัย ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งคดีอดีตผู้สมัคร สส.เขต 33 หลัง ปชน.ออกมาเปิดเผย


วันที่ 24 มิ.ย. 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการสอบถามข้อเท็จจริงจากนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า นายภาวุธพร้อมชี้แจง เท่าที่ได้พูดคุยกับเจ้าตัว พรุ่งนี้จะมีความพร้อมเข้ามาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอให้รอการชี้แจงจากเจ้าตัวโดยตรง เชื่อว่าการสื่อสารผ่านเพจในแต่ละครั้ง เป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจหลายครั้ง ว่าพร้อมที่จะชี้แจงข้อมูลทั้งหมดตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ต้องการ ขณะที่คณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงสอดคล้องกับที่นายภาวุธได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แต่คณะกรรมการเพิ่งตั้งได้ไม่นาน ขอให้เราได้ทำงานกันสักระยะหนึ่งก่อน ยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบภายในของพรรคประชาชนดำเนินการคู่ขนานกันไป


เมื่อถามว่าการที่นายภาวุธออกมาโพสต์ในวันนี้ เกิดจากการที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค เรียกร้องให้ออกมาหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก่อนที่นางสาวศิริกัญญาจะให้ความเห็น เราได้พูดคุยกับนายภาวุธอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพียงแต่สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยว่าการดำเนินการของดีเอสไอเป็นธรรมหรือไม่ หรือเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือไม่ อีกด้านเราต้องมีความระมัดระวัง สื่อสารอย่างไรไม่ให้กระทบกับรูปคดี หรือไม่ให้เกิดผลเสียกับนายภาวุธ เชื่อว่าทีมทนายที่ให้คำปรึกษาพยายามหาจุดที่นายภาวุธจะออกมาเคลียร์ข้อสงสัย ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ทำให้นายภาวุธตกอยู่ในที่นั่งลำบากหรือตกอยู่ในหลุมของฝั่งตรงข้าม ที่พยายามทำให้เป็นคดีการเมือง

...


เมื่อถามว่าคดีนี้อาจจะถูกยกระดับให้เป็นคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับแชร์ลูกโซ่ พรรคประชาชนจะรองรับสถานการณ์นี้อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากมีคนหนึ่งคนใดภายในพรรค โดยเฉพาะสมาชิกพรรคเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องต่าง ๆ เราพร้อมจะจัดการคนของเราเช่นเดียวกัน จึงขอตั้งคำถามกลับไปยังฝั่งรัฐบาล หากมีข้อมูลอยู่แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง อยากให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะ DSI ดำเนินการกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ที่สุด


ส่วนหลังจากนี้จะยื่นชี้แจงต่อ DSI เองหรือต้องรอให้มีหมายเรียก นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า กระบวนการภายในเราทำเชิงรุก แต่สถานะของนายภาวุธ เป็นเพียงผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหา เมื่อเรายังไม่ได้ทราบรายละเอียดในข้อกล่าวหา ก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปชี้แจงอย่างไร ดังนั้น ตอนนี้ดีเอสไอต้องให้คำชี้แจงว่าจะกล่าวหานายภาวุธเรื่องอะไร เชื่อว่านายภาวุธ พร้อมเข้ามาชี้แจงและให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ที่สุด


เมื่อถามถึงกรณีที่ร้ายแรงที่สุด หากพบว่าผิดจริง จากผู้ต้องสงสัยกลายเป็นผู้ต้องหา คณะกรรมการสรรหา สส.พรรคประชาชนจะต้องลาออกหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราใช้มาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่าง ผู้สมัคร สส.เขต 33 กทม. พรรคประชาชน ที่สุดท้ายอัยการไม่ได้ดำเนินการฟ้องต่อ เพราะพยานหลักฐานไม่ได้มีน้ำหนักมากเพียงพอ ตอนนั้นมีเพียงข้อกล่าวหาและมีหมายจับออกมา เราคิดว่าคนที่จะมาสมัครเป็นผู้แทนราษฎรจะต้องมีมาตรฐานที่สูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย ฉะนั้น เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกัน ขอรอดูข้อกล่าวหาว่ามีน้ำหนักมากน้อยขนาดไหน หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าอาจเข้าไปมีส่วนผูกพัน เราก็จะดำเนินการโดยมาตรฐานเดิม ตนหวังว่าคดีของนายภาวุธจะไม่เป็นเหมือนคดีของผู้สมัคร สส. กทม.เขต 33


ส่วนที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ทำความเห็นแย้งคดีผู้สมัคร สส.กทม.เขต 33 พรรคประชาชนจะช่วยเหลืออย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อัยการไม่ได้เพิ่งตัดสินใจว่าจะดำเนินการไม่ฟ้อง เรื่องนี้ในกระบวนการต้องอยู่ที่ ผบ.ตร. จะตัดสินใจว่าให้ความเห็นแย้งกับอัยการหรือไม่ ดังนั้น การเทคแอคชันของ ผบ.ตร. ตนประเมินว่าเป็นฝั่งเราเองที่ออกให้ข่าว จึงตั้งคำถามว่าตกลงแล้วเป็นประเด็นทางการเมืองใช่หรือไม่ กลั่นแกล้งอดีตผู้สมัครใช่หรือไม่ จึงขอตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการเลือกปฏิบัติ ควรดำเนินการตามกรอบระยะเวลาที่เหมาะสมเท่าเทียมกัน ไม่ใช่มีประเด็นทางการเมือง แล้วค่อยออกมาเทคแอคชัน


เมื่อถามว่ามองว่าพรรคประชาชนถูกปิดปากหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การทำงานการเมือง เราเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ว่าจะได้รับการดำเนินคดีหรือคมหอกคมดาบแบบนี้ ซึ่งอาจจะเป็นคดีทางการเมือง ในภาพรวมเราพยายามผลักดันกฎหมายต่าง ๆ เกี่ยวกับการฟ้องร้องปิดปาก


เมื่อถามว่ามองฉากทัศน์ทางการเมืองหลังจากนี้เป็นอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าว