อธิบดีปกครอง งง “ภคมน” กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ลั่น แบบนี้มันเกินไป แจงแค่ลงนามเชิญชวนหาผู้ว่าจ้าง แต่ถูกเด้งไปเป็นผู้ตรวจราชการหลังการเมืองเปลี่ยนขั้ว ย้ำ ไม่มีประวัติทำเรื่องบ้าบอ


วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ PPTV ถึงกรณีที่ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเอกสารในขณะที่เคยดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ได้มีการลงนามให้มีการจัดสอบว่า ขณะที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น สิ่งที่ตนทำอย่างเดียวคือ การทำ TOR ใหม่ ซึ่งมี 5 หน่วยงาน ประกอบด้วยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ  และคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ร่วมลงนาม MOU เพื่อป้องกันการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่น 

ซึ่งเมื่อมีการลงนามแล้ว ถึงเริ่มดำเนินการจัดหาผู้ดำเนินการจัดสอบ ที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคัดเลือก จากเดิมที่การคัดเลือกถูกตั้งข้อสังเกตว่า จิ้มเลือกใครก็ได้ แต่ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Bidding ให้มีการแข่งขัน สู้ราคากัน เพราะมองว่าวิธีการนี้ยุติธรรมและเหมาะสมที่สุด โดยวิธีการดังกล่าวได้ขอความเห็นชอบจากกรมบัญชีกลางด้วย ขณะเดียวกันการกำหนด TOR ใหม่ ต้องกำหนดเรื่องของกระบวนการป้องกันการทุจริต จึงมีการพิจารณาแบ่งออกเป็น 10 ศูนย์  และการสอบเสร็จแล้วให้ตรวจข้อสอบเลย เพื่อปิดช่องไม่ให้เกิดการทุจริต 

...

“ช่วงที่ผมเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ดำเนินการลงนามในประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา ตามขั้นตอนเท่านั้น แต่ยังไม่ใช่การลงนามในสัญญา เพราะต่อมาเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง ผมถูกโยกย้ายตำแหน่งให้ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ทั้งที่กระบวนการยังไม่ได้เริ่มต้น แล้วมีการกล่าวหาว่า ผมทุจริต ไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย  แบบนี้มันเกินไป ทั้งที่ไม่ได้รู้จักกัน แต่ไม่ทราบว่า มีอคติอะไรกับผม” 

นายนฤชา ยังอธิบายย้ำว่า ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การร่าง TOR การกำหนดคุณลักษณะ ขั้นตอนการประกวดราคา จะดำเนินการในรูปแบบกรรมการสรรหา  ทั้งยังมีการดึง 5 หน่วยงานที่ลงนาม MOU มาร่วมช่วยกันตรวจสอบในทุกขั้นตอนตลอดเวลา ทั้งการประกาศสอบ และวันประกาศผลสอบ ไม่ได้ทำคนใดคนเดียว ซึ่งตนมั่นใจว่า รูปแบบการทำงานนี้รัดกุมที่สุดแล้ว แต่ก็กลับมีการบิดเบือนกันมาเป็นแบบนี้ 

“ไม่มีใครล็อบบี้ได้ ไปดูประวัติผมเลย ผมตรงไปตรงมาทุกเรื่อง ผมไม่มีหรอกประวัติบ้าๆ บอๆ อย่างนี้ ไม่เคย และตอนนี้ถูกพาดพิงทุกเรื่องเลย ไม่ค่อยเป็นธรรม”