กมอ. คว่ำ “เหล็กข้ออ้อย IF” ห้ามใช้สร้างเสา-คานอาคารสูง ดักทางกลุ่มทุนหมื่นล้านดิ้นแก้กฎหมาย จี้คนเซ็นใจต้องนิ่ง ลั่นลุยรื้อปมตึก สตง. ถล่มต่อ
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ได้เปิดเผยถึงกรณีการปรับเปลี่ยนมาตรฐานเหล็กในการก่อสร้างอาคารสูง โดยระบุว่า ภายหลังจากที่ตนได้ติดตามเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนธันวาคม 2567 ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ได้มีมติเห็นชอบให้ปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้น โดยสั่งยกเลิกไม่ให้มีการใช้เหล็ก IF หรือเหล็กข้ออ้อย IF (เหล็กที่ผ่านกระบวนการหลอมเศษเหล็กด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า Induction Furnace ด้วยวิธีการรีดและนำเศษเหล็กกลับมาใช้ใหม่) ในส่วนที่นำมาใช้ทำเป็นโครงสร้างหลัก เช่น เสาและคาน ในโครงสร้างอาคารแล้ว
นายอรรถวิชช์ ได้แสดงความขอบคุณสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมที่ร่วมกันผลักดันเรื่องนี้ เพื่อความปลอดภัยสาธารณะของประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นว่าปัญหาของเหล็ก IF คือการนำเศษเหล็กคุณภาพต่ำใส่ลงไปในกระบวนการหลอม ทำให้ได้เหล็กเส้นที่ไม่เหมาะสมกับการนำไปรับน้ำหนักโครงสร้างอาคาร แม้จะมีราคาถูกก็ตาม
สส.พรรครวมไทยสร้างชาติยอมรับว่า มติการแบนเหล็ก IF ในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเม็ดเงินธุรกิจหลายหมื่นล้านบาทในโรงงานเหล็ก 11 แห่งที่ยังคงผลิตเหล็กระบบนี้อยู่ในประเทศไทย ซึ่งเหล็กประเภทดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่ประเทศจีนไม่ยอมรับและเลิกใช้ไปแล้ว
เมื่อถามว่า มติ กมอ. ดังกล่าวจะสามารถถูกเปลี่ยนแปลงได้อีกหรือไม่ นายอรรถวิชช์ ระบุว่า ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการรับรองรายงานการประชุม ก่อนจะถูกนำไปประกาศเป็นข้อบังคับ ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอีกเป็นเวลา 30 วัน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กลุ่มทุนอุตสาหกรรมเหล็กจะพยายามวิ่งเต้นเพื่อขอเปลี่ยนแปลงหรือดิ้นรนแก้ไขมติดังกล่าว
...
“งานนี้เกี่ยวพันกับธุรกิจหลายหมื่นล้านบาท คนที่ต้องเซ็นหนังสืออนุมัติต้องใจนิ่งๆ ใจอย่าแกว่ง อดีตเราเคยตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่เหตุไฟไหม้บริษัท ซิน เคอ หยวนฯ ช่วงปลายปี 2567 ผมเคยบอกข้าราชการอุตสาหกรรมและผู้ใหญ่หลายคนว่า งานนี้เราทำด้วยมือ อย่าลบด้วยเท้า วันนี้ สมอ. รักษาเกียรติภูมิตัวเองในการกล้าออกกติกาเพื่อยกเลิกเหล็ก IF แล้ว หากโจทย์เปลี่ยนนำเหล็กประเภทนี้กลับมาสร้างตึกได้อีก ประเทศจะมีปัญหาแน่นอน” นายอรรถวิชช์ กล่าว
นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ ประกาศว่าจะเดินหน้าสืบสวนและตรวจสอบมาตรฐานเหล็กในคดีอุบัติเหตุอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มต่อไป เนื่องจากในอดีตตนเคยทำหน้าที่เป็นประธานการตรวจสอบเหล็กเส้น และเคยดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งจากการลงพื้นที่สุ่มตรวจซากปรักหักพังในขณะนั้น พบหลักฐานชัดเจนว่าโครงสร้างตึก สตง. มีการใช้เหล็กประเภท IF ที่ต่ำกว่ามาตรฐานสากลรวมอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม ผลการสอบสวนของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรีในอดีต กลับชี้มูลความผิดไปที่ขั้นตอนการออกแบบอาคาร โดยระบุว่าไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพของเหล็กและปูน ซึ่งขัดแย้งกับหลักฐานเชิงประจักษ์ ตนจึงขอตั้งคำถามไปยัง 4 สถาบันการศึกษาที่ร่วมเป็นคณะกรรมการตรวจสอบในขณะนั้นว่า มีวิธีการตรวจสอบอย่างไร เหตุใดผลลัพธ์จึงออกมาสวนทางกัน และยืนยันว่าเรื่องนี้จะต้องมีคำตอบที่โปร่งใสให้แก่สังคม หลังจากที่เรื่องเงียบหายไปนาน