นายกรัฐมนตรี เปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 ชูความปลอดภัยเป็นหัวใจการพัฒนาประเทศ
เมื่อเวลา 10.45 น.วันที่ 24 มิถุนายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 38 (Thailand Safe@Work 2026) ณ ฮอลล์ 11–12 อาคารอิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่นเซ็นเตอร์ เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ผู้บริหารภาครัฐ ภาคเอกชน นายจ้าง ลูกจ้าง บุคลากรด้านความปลอดภัย นักเรียน นักศึกษา และประชาชนเข้าร่วมงาน
ก่อนเริ่มพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีนำผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีกับสถานประกอบกิจการที่ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
การได้มาร่วมงานในวันนี้ทำให้นึกย้อนถึงประสบการณ์การทำงานในอดีต ในฐานะวิศวกรด้านการก่อสร้างที่เคยทำงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำนาญ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสูง ตลอดระยะเวลาการทำงานกว่า 30 ปี ได้เห็นชัดว่า “ความปลอดภัย” เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จในการทำงานทุกประเภท
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จากประสบการณ์ในอดีตทำให้ตระหนักว่า บริษัทชั้นนำทั่วโลกให้ความสำคัญกับอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงานอย่างมาก โดยย้ำว่า องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน จะสามารถยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว แม้การลงทุนด้านความปลอดภัยจะมีต้นทุน แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือประสิทธิภาพในการทำงาน คุณภาพชีวิตของแรงงาน และความยั่งยืนขององค์กร
...
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดการดำรงตำแหน่งทั้งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อมั่นว่าคือ รากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ พร้อมชื่นชมการจัดแสดงนิทรรศการและนวัตกรรมด้านความปลอดภัยภายในงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ประเทศไทยต้องสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืนในทุกระดับ ต้องป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุตั้งแต่ต้นทาง สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาชีวิตและความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน” นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่า ผู้ประกอบการไทยให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัย และขอให้ใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมงานครั้งนี้อย่างเต็มที่ เพื่อนำองค์ความรู้และนวัตกรรมไปพัฒนาองค์กร สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่แรงงาน ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลพร้อมสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลกเห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ เทคโนโลยี และศักยภาพในการรองรับอุตสาหกรรมและนวัตกรรมใหม่ ๆ พร้อมย้ำว่ารัฐบาลจะทำหน้าที่ดึงดูดการลงทุนเข้ามาในประเทศ และสร้างความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจและผู้ประกอบการทุกภาคส่วนอีกด้วย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบกิจการที่ให้การสนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ จำนวน 7 รางวัล ได้แก่ 1) บริษัท กลัฟเท็กซ์ จำกัด 2) บริษัท 3 เอ็ม ประเทศไทย จำกัด 3) บริษัท มิโดริ อันเซ็น (ไทยแลนด์) จำกัด 4) บริษัท อัลติเมท พลัส ซัพพลาย จำกัด 5) บริษัท ลีเรคโก (ประเทศไทย) จำกัด 6) บริษัท เอเอส โกลบอล เทค จำกัด และ 7) บริษัท ศูนย์วิจัยทางการแพทย์อาชีวเวชศาสตร์ไทย จำกัด