นายกฯ เปิดตัว “Thailand FastPass” ผนึก 8 หน่วยงานรัฐ ปลดล็อกระบบราชการ หั่นสเตปอนุมัติ 50% ตั้งเป้าดันเม็ดเงินลงทุนจริงทะลุ 7 แสนล้าน
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานโครงการ “Thailand FastPass” เพื่อเร่งรัดและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงโดยนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ปัจจุบันการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยมี “ความเร็ว” เป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญ เนื่องจากนักลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตไม่ได้มองแค่เรื่องขนาดตลาด ต้นทุน หรือจำนวนแรงงานอีกต่อไป แต่เน้นย้ำความสามารถของประเทศในการตัดสินใจและเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริงได้เร็วที่สุด
นายกฯ กล่าวต่อว่า ในยุคที่เทคโนโลยีและเม็ดเงินเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ในไม่กี่วัน ความล่าช้าของระบบราชการถือเป็นต้นทุนและการสูญเสียโอกาสที่ยอมรับไม่ได้ ทุกวันที่โครงการต้องรอคอย หมายถึงการจ้างงานของประชาชนที่ยังไม่เกิดขึ้น และรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่สูญหายไปให้ประเทศคู่แข่งอื่นแทน รัฐบาลมุ่งปรับบทบาททำงานของภาครัฐจากการเป็นเพียงผู้กำกับดูแล (Regulator) ไปสู่การเป็นผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) บนพื้นฐานของความไว้วางใจ เพื่อทำให้ภาครัฐสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วนได้อย่างแท้จริง
สำหรับกลไกยกระดับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) ภายใต้โครงการ Thailand FastPass นี้ จะปรับลดขั้นตอนและกรอบเวลาการพิจารณาอนุมัติลงถึง 20-50% โดยปรับมาใช้หลักความไว้วางใจควบคู่กับการตรวจสอบย้อนหลัง หากผู้ประกอบการสามารถยืนยันได้ว่า มีการออกแบบทางวิศวกรรมที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามมาตรฐานแรงงาน และมีการจัดการสิ่งแวดล้อมตามกฎหมาย รัฐบาลจะอนุญาตให้ผู้ลงทุนดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักรและเริ่มโครงสร้างการก่อสร้างได้ทันทีโดยไม่ต้องรอขั้นตอนเอกสารที่เคยยาวนานถึง 9 เดือนในอดีต จากนั้นภาครัฐจะใช้ระบบสุ่มตรวจย้อนหลัง (Post-Audit) ทุกๆ 5-10 เดือนแทน หากพบการฝ่าฝืนข้อตกลงจะต้องรับผิดชอบทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
...
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กลไกดังกล่าวยังเป็นก้าวสำคัญในระยะยาวเพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยสอดรับกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ที่มุ่งเน้นประสิทธิภาพภาครัฐ คุณภาพกฎระเบียบ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล
ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีแก่บริษัทชั้นนำจากทั่วโลกจำนวน 23 แห่ง ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับสิทธิ์และรับมอบบัตร Thailand FastPass ในล็อตแรก ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพและอนาคตเศรษฐกิจของไทย โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายว่ากลไกนี้จะช่วยปลดล็อกและผลักดันให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยสูงถึง 700,000 ล้านบาท ภายในช่วงปี 2569-2570 พร้อมกันนี้ รัฐบาลยืนยันความพร้อมที่จะเดินหน้าสนับสนุนปัจจัยรอบด้าน ทั้งการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ โครงสร้างพื้นฐาน โลจิสติกส์ ตลอดจนความมั่นคงด้านพลังงานสะอาดและทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้ประเทศไทยยืนหยัดเป็นศูนย์กลางการลงทุนระดับไฮเทคของภูมิภาคอาเซียนและของโลก